เปิดประสบการณ์ดูคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรกที่ Laneway Festival Singapore 2017

ได้ฤกษ์สักทีกับบันทึกประสบการณ์ลุยมิวสิคเฟสติวัลที่ต่างแดนเป็นครั้งแรกของผู้เขียน โดยงานนี้พวกเรา RINCREW ได้เดินทางไปร่วมงาน Laneway Festival Singapore 2017 เทศกาลดนตรีอินดี้ที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2005 ที่ประเทศออสเตรเลีย และขยายความอินดี้ไปยังนิวซีแลนด์จนต่อมาถึงสิงคโปร์ บ้านใกล้เรือนเคียงประเทศไทยเรานี่เอง

Garden & Bay Stage/ Laneway Festival Singapore

Garden & Bay Stage/ Laneway Festival Singapore

งานในปีนี้จัดในวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ในสวนแลนมาร์กของประเทศอย่าง The Meadow, Gardens by The Bay ซึ่งเป็นอะไรไม่รู้ที่ทุกปีต้องมีฝนตกในวันงาน ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเราดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ก็ไม่พ้นที่จะต้องเปียกแน่นอน สำหรับบรรยากาศงานเริ่มตั้งแต่การเดินทางกันไปเลยละกันครับ

เราออกจากที่พักย่าน Boat Quay แล้วขึ้นรถไฟไปไม่นานนักก็ถึงที่หมาย ระหว่างทางเดินไปงานเราได้เห็นเหล่าอินดี้ชน ผู้รักเสียงเพลง ชอบดูคอนเสิร์ต มารวมตัวกันจำนวนมากจากนานาประเทศ ซึ่งมีคนไทยจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่มางานนี้

MAP

แผนที่บริเวณจัดงานใน The Meadow, Gardens by The Bay

ภายในเฟสติวัลก็จะมีหลายเวทีให้เลือกชม ซึ่งงานนี้จะมีเวทีใหญ่ 2 เวทีคือ Garden Stage และ Bay Stage ที่ตั้งอยู่ติดกันบริเวณหน้างาน ที่ต้องมี 2 เวทีเพราะว่าการเตรียมอุปกรณ์ของศิลปินบนเวทีจะได้ต่อเนื่องไปเลย โดยศิลปินจะขึ้นสลับกันใน 2 เวทีนี้ นอกจากนั้นยังมีเวทีเล็กกลางแจ้งคือ Cloud Stage ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ White Room เวทีที่ติดแอร์ตั้งอยู่ในร่มซึ่งเป็นเวทีเล็กสุดในงานนี้ ซึ่งเมื่อดูจากตารางขึ้นโชว์แล้ว เราก็ต้องเตรียมตัวเดินกันหน่อย

เพราะศิลปินที่อยากดูบางทีก็อยู่คนละเวทีแต่ดันเล่นในเวลาติดกัน ทำให้เราต้องจัดสรรเวลาในการวิ่งไปดู นี่แหละครับคือเสน่ห์ของงานมิวสิคเฟสติวัล

Timeline

ตารางเวลาการขึ้นโชว์ของศิลปินในแต่ละเวที

งานนี้เราตั้งใจมาเสพโชว์จากศิลปินฮิปฮอปเป็นหลักเลย เพราะเท่าที่ทราบมาก็คือ Laneway Festival ไม่ค่อยมีศิลปินฮิปฮอปที่เป็นแร็พเปอร์มาโชว์ จะมีก็แต่สายดีเจเท่านั้น แต่ในปีนี้กลับมีชื่อของแร็พเปอร์หลายคนตั้งแต่ Wednesday Campanella, Sampa The Great, KOHH และ Mick Jenkins ส่วนสายโปรดิวเซอร์ก็มีทั้ง Clams Casino, Mr.Carmack ที่มาเปิดเพลงมันส์ๆ ในช่วงดึกของแต่ละเวทีด้วย

สำหรับโชว์ที่เราได้ดูนั้นไล่ตั้งแต่ Wednesday Campanella ที่ได้ฟังแค่เพลงเดียว ซึ่งรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่ต้องรีบเดินจากมา เพราะตัดสินใจไปดู Sampa The Great ให้ทันในอีกเวที สำหรับ Sampa นั้นเป็นแร็พเปอร์สาวชาวแซมเบียแต่มาอยู่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งเธอมีเอกลักษณ์ของความเป็นแอฟริกันชัดมาก สามารถใช้การเคลื่อนไหวบนเวทีควบคู่กับการแร็พทำให้ผู้ชมสนุกไปกับโชว์ได้ หลังจากนั้นเราก็อยู่ที่เวที White Room ต่อเลย เพื่อรอดูหนุ่ม KOHH จากญี่ปุ่น

SampaTheGreat - Photographer : Matthew Lau / Laneway Festival Singapore

SampaTheGreat – Photographer : Matthew Lau / Laneway Festival Singapore

สาเหตุที่เราสนใจ KOHH เป็นพิเศษ เพราะเขาโด่งดังมาจากแก๊ง It G Ma ที่นำโดย Keith Ape ซึ่งเมื่อโชว์ของเขามาถึง เราก็ไม่ผิดหวัง เพราะมันเดือดตั้งแต่เริ่มเลย เพลงที่ KOHH เตรียมมานั้นจัดอารมณ์ได้ดี จากเพลงหนักๆ มีจังหวะให้เราพักกับเพลงเศร้า ก่อนที่จะอัดหนักก่อนจบอีกครั้ง และสิ่งที่เราประทับใจมากๆ กับโชว์นี้ก็คือ

ผู้ชมชาวต่างชาติ ต่างสนุกไปกับโชว์ของ KOHH ซึ่งแร็พภาษาญี่ปุ่นเกือบทั้งหมด นั่นคือการเปิดใจฟังของผู้ชม และเป็นการส่งเสริมให้ศิลปินก้าวสู่ระดับอินเตอร์อีกด้วย

CliffYeo/ Laneway Festival Singapore

KOHH – Photographer : Cliff Yeo / Laneway Festival Singapore

ถัดจากนั้นเรายังได้เสพไรห์มหนักๆ จาก Mick Jenkins แร็พเปอร์เนื้อหาหนักจากอเมริกา และมาโยกกับซาวด์ล้ำๆ จาก Clams Casino โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันที่มาระเบิดอารมณ์ผู้ชมสะเทือนเวที Cloud Stage เล่นเอาประทับใจโสตประสาทสุดๆ

Cloud Stage / Laneway Festival Singapore

Cloud Stage / Laneway Festival Singapore

นอกจากการฟังเพลงฮิปฮอป เรายังได้แวะเวียนไปชมศิลปินแนวอื่นบ้าง รวมทั้งเดินดูบรรยากาศงานที่เราได้พบกับบูทขายอาหาร, ร้านค้าจากสปอนเซอร์, โซนสูบบุหรี่, โซนห้องน้ำเฉพาะกิจที่ตั้งเรียงรายอยู่กลางงาน, ร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งตั้งอยู่รอบๆ บริเวณการจัดงาน ก็เพียงพอต่อการสร้างความสนุกให้คนผู้ชม สำหรับใครที่อยากไปลุยในปีหน้า ก็ไปชมบรรยากาศแบบสั้นสุดๆ ในคลิปด้านล่างนี้ก่อน

จริงๆ ยังมีเรื่องให้เขียนอีกมากมาย แต่จะนำไปเขียนในบทความถัดไป เพราะหากใครอ่านมาจนจบถึงประโยคนี้ แสดงว่าคุณเป็นคนนึงที่สนใจการไปเที่ยวมิวสิคเฟสติวัลแล้วล่ะครับ ประสบการณ์ครั้งแรกของผมมีสิ่งนึงที่ทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไปก็คือการเปิดใจในการฟังเพลงมากขึ้นไปอีก เพราะเมื่อเราไปฟังศิลปินที่ไม่รู้จักแต่ชื่นชอบ เราต้องกลับมาเปิดหาเพลงของพวกเขาฟัง

เมื่อมีคนไปเปิดฟังผลงานเพลงเยอะขึ้น ศิลปินก็มีกำลังใจทำผลงานใหม่ๆ ผู้จัดงานก็มีกำลังใจจัดงานดีๆ ต่อเนื่อง ยิ่งเป็นงานอย่าง Laneway Festival ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกใกล้บ้านเรา เราจึงหวังว่าวันนึงวงการเพลงไทย จะส่งออกศิลปินสู่ระดับอินเตอร์ได้มากขึ้น จนถึงงานมิวสิคเฟสติวัลระดับสากล ที่น่าจะเกิดขึ้นอีกมากมายบนแผ่นดินไทยในอนาคตอันใกล้นี้