JUU 4E หรือที่ในวงการเรียกกันว่า “จารย์จู” กำลังจะปล่อยอัลบั้ม “นิวลูกทุ่ง” ผลงานที่ผสมผสานแนวเพลงได้อ
โดยอัลบั้มนี้ทางศิลปินจอมเก๋าได้ร่วมงานกับค่าย Em Records ประเทศญี่ปุ่น ได้ศิลปินญี่ปุ่นมาร่วมในอั
สำหรับแผ่นอัลบั้มสามารถไปสั่งได้ที่ Bandcamp

JUU 4E หรือที่ในวงการเรียกกันว่า “จารย์จู” กำลังจะปล่อยอัลบั้ม “นิวลูกทุ่ง” ผลงานที่ผสมผสานแนวเพลงได้อ
โดยอัลบั้มนี้ทางศิลปินจอมเก๋าได้ร่วมงานกับค่าย Em Records ประเทศญี่ปุ่น ได้ศิลปินญี่ปุ่นมาร่วมในอั
สำหรับแผ่นอัลบั้มสามารถไปสั่งได้ที่ Bandcamp

Ben Bizzy ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลง ‘Inw’ อ่านว่า เทพ โดยเป็นงานชิ้นแรกภายใต้สังกัด YUPP! และ MV ตัวนี้ได้ Putiroj Devakul (พุฒิโรจน์ เทวกุล ณ อยุธยา) ผู้กำกับสายวิชวลสุดล้ำ ที่ฝากงานเด็ดๆ ไว้หลายชิ้น อาทิ High Luv, Bye Bye (Remix), Make It Happen (Lyric Video) ฯลฯ

NIKI ศิลปินหญิงสาวอาร์แอนด์บีสัญชาติอินโดนีเซีย วัย 19 ปี ปล่อยผลงานใหม่ Warpaint เพลงจากอัลบั้ม “Head In The Clouds” แนวป๊อปเท่ๆ แตกต่างจากผลงานอื่นของเธอ โดยความสามารถของเธอได้รับการยอมรับว่าเป็น “The Internet’s Favorite R&B Princess”

NIKI (นิกิ) เป็นนักแต่งเพลงที่ผลิตผลงานเพลงเป็นของตัวเองจนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีผลงานโดดเด่นถึงขนาดขึ้นไปอยู่อันดับ 2 บน Billboard’s Top 200 ในฐานะศิลปินและโปรดิวเซอร์ของโครงการ Rich Brian’s Amen เธอเคยมีซิงเกิ้ลเด่นอย่าง See U Never, I Like U และ Chilly ก่อนจะปล่อย EP อัลบั้ม Zephyr ในปี 2018 นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมแสดงเปิดให้กับทัวร์เอเชียของศิลปินสตาร์ชื่อดังอย่าง Halsey ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้อีกด้วย
นอกเหนือจาก NIKI ในอัลบั้ม Head In The Clouds ยังมีศิลปินหน้าใหม่อีกหลายคนที่ 88rising ผลักดันเข้ามาทำผลงาน และหนึ่งในนั้นมีคนไทยรวมอยู่ด้วย นั่นคือ Phum Viphurit ศิลปินหนุ่มหน้าหวาน ที่ต่อยอดจากผลงาน Lover Boy ไปร่วมงานกับ Higher Brothers วงแร็พเปอร์จากจีน หนึ่งในศิลปินหลักของกลุ่ม 88rising นั่นเอง


Kris Wu โปรดิวเซอร์ นักร้อง นักแต่งเพลงและศิลปินชาวจีนที่ล่าสุดพึ่งเซ็นสัญญากับทางค่าย Universal Music Groups ไปหมาดๆ ตอนนี้เขาได้ทำการปล่อย Single แรก “Like That” ภายใต้ค่ายใหม่มาให้แฟนๆ หายคิดถึงกันแล้ว และหลังจากปล่อยเพลงได้ไม่ถึงหนึ่งวัน เพลงนี้ก็เข้าไปอยู่ในอับดับ 1 ชาร์ต iTunes อเมริกาเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังทำให้เขาเป็นศิลปินชาวจีนคนแรกที่สามารถส่งเพลงไปเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงสหรัฐฯ อีกด้วย
โดยในเพลงนี้ยังถือเป็นการร่วมงานครั้งแรกของเขากับโปรดิวเซอร์ระดับโลก อย่าง Fki 1st ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานของศิลปินระดับแนวหน้าไม่ว่าจะเป็น Migos, 2 Chainz, Travis Scott และ Post Malone เป็นต้น และในส่วนเนื้อเพลง ทาง Kris Wu เองยังได้ทำการเขียนเนื้อด้วยตัวเอง ถือเป็นเพลงที่มีจังหวะ dancehall นิดๆ ที่จะพาผู้ฟังโยกตามไปด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้เอง Kris Wu ก็ได้ทำการปล่อย MV เพลง “Like That” ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากความเท่และล้ำของเขาใน MV นี้ยังมีความน่าสนใจคือการที่เขานำ Stella Maxwell นางแบบสุดฮ็อตระดับโลก มาร่วมงานกับเขาใน MV นี้ และบอกเลยว่าเร็วๆ นี้เขาจะมีแผน ปล่อยอัลบั้มแน่นอน
สามารถติดตามฟังเพลง LIKE THAT ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง iTunes, Apple Music, Deezer, Joox, Tidal, YouTube/ Vevo และ Spotify และติดตามข่าวสารผลงานอัพเดตล่าสุดเกี่ยวกับ KRIS WU ได้ที่ www.facebook.com/kriswugalaxy/

คอนเสิร์ตใหญ่ที่ชาวฮิพฮอพห้ามพลาด “Thailand HipHop Festival : The Legend” การรวมฮิพฮอพระดับตำนานร่วมด้วยรุ่นใหม่มาไว้ในคอนเสิร์ตเดียวโดยผู้จัด HEAVY ORGANIZER ร่วมกับ U PRESENT ในวันเสาร์ที่ 9 มิ.ย. นี้ ณ JJ Mall Hall
โดยไลน์อัพคอนเสิร์ตครั้งนี้มีฮิพฮอพทุกแขนงทั้งแร็พเปอร์, บีบอย, ดีเจ และกราฟฟิตี้ มาโชว์วัฒนธรรมกันอย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่ไลน์อัพแร็พเปอร์ที่นำโดย Thaitanium, Dajim, ฟักกลิ้ง ฮีโร่, Rastafah, B-King, Chom Chumkasian x 1-Flow, PP’Dreams, CP Sming, J$R, Maiyarap, Young Bong, YOUNGOHM, FIIXD, Cleo-P, VKL x Sweed Gangz ร่วมด้วยวงนูเมทัลมาแรงอย่าง Bomb At Track และแขกรับเชิญสายสร้างความบันเทิงอย่าง Rap Ake อีกด้วย
ต่อกันที่ไลน์อัพบีบอยที่นำทีมโดยรุ่นบุกเบิกของเมืองไทย Bboy Oman, Bboy Ajay, Bboy 60Rock, Bboy Prai-1, Bboy Guru พร้อมกับสมาชิกสายบีบอยรุ่นใหม่อีกเพียบ
ไลน์อัพดีเจฮิพฮอพที่จะมาร่วมในงานนี้เตรียมพบกับ Dj, Whatdatfrog, Dj Kong, Dj Bonnie, Dj Deeboy, Dj Dogga และอีกหลายคน
ต่อกันที่สายกราฟฟิตี้ระดับประเทศรุ่นบุกเบิกที่จะมาพ่นบนกำแพงยาว 30 เมตรในงานนี้อีกด้วย เตรียมพบกับ PAKORN, JESUS103 RUA MHS, BOWS, QUCAN, Ghost Trappers
ชาวฮิพฮอพไทยเตรียมพบกันวันเสาร์ที่ 9 มิ.ย 2561 ณ JJ MALL HALL ตั้งแต่เวลา 14.00 – 00.00 น.
บัตรราคาปกติ 700 บาท โปรโมชั่นพิเศษเหลือเพียง 600 บาท (จำกัด 1,000 ใบ เท่านั้น) ซื้อราคาโปรฯได้จนถึงวันที่ 8 มิ.ย.
เปิดจำหน่ายบัตรที่ > http://go.eventpop.me/THHiphopTL และทางเพจ
https://www.facebook.com/Thailandhiphopfestival

Brain Dogg แร็พเปอร์จากยะลา ปล่อยเพลงใหม่ที่ร่วมงานกับ Xavier จาก Cult Shotta วงดูโอ้แร็พเปอร์จากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในเพลง “Back From The Dead” ที่ปล่อยเป็นมิวสิควิดีโอมาให้ดูกันด้วย พร้อมฉากที่ถ่ายทั้งในไทยและออสเตรเลียที่ดูกลมเกลือนด้วยการตัดต่อวิดีโอของ Joe Plumb
Brain Dogg จากกลุ่ม DEE$ Squad แร็พเปอร์ที่ทำเพลง Trap Hip-Hop และนำเสนอแนวใหม่ๆ ในไทยอยู่ตลอด และเคยร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมจากกาน่าอย่าง Don Nannie$ มาก่อนหน้านี้ และล่าสุดก็ยังมีสมาชิกในกลุ่มเป็นต่างชาติอย่าง Khun OC แร็พเปอร์แอตแลนต้าที่อยู่ในไทย
Charles Xavier หนึ่งในสมาชิกดูโอ้ Cult Shotta จากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นวงที่มีแนวทางชัดเจน เริ่มมีชื่อเสียงที่ออสเตรเลียจากการได้ขึ้นเล่นในงานเทศกาลต่างๆ และได้เล่นเปิดให้กับศิลปินฮิพฮอพโลกอย่าง Chingy, Fabulous, Ghostface Killa, Troyboi และ Thundamentals มาแล้ว พร้อมทั้งเคยขึ้นคอลัมน์ในเว็บไซต์ดังอย่าง Complex

Kris Wu (คริส วู) โปรดิวเซอร์ นักร้อง นักแต่งเพลงและศิลปินชาวจีนเพียงคนเดียวที่มีเพลงติดอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes ของสหรัฐอเมริกา ได้รับการเซ็นสัญญาจาก Universal Music Group (UMG) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการทำผลงานเพลงใหม่จะได้รับการดูแลและจัดจำหน่ายในระดับสากลโดยผ่านทางค่าย Interscope Geffen A&M ในสหรัฐอเมริกา ทำงานร่วมกับค่าย Island Records ในสหราชอาณาจักรและ Universal Music China

Kris Wu ปัจจุบันอายุ 27 ปี เป็นนักร้องนักแต่งเพลงจากประเทศจีนเพียงคนเดียวที่สามารขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes สหรัฐฯ เมื่อเดือนตุลาคมกับผลงานเพลง “Deserve” ที่ทำร่วมกับ Travis Scott แร็พเปอร์ชื่อดัง ซึ่งปัจจุบันเพลงดังกล่าวถูกสตรีมไปมากกว่า 1 พันล้านครั้งแล้ว
นอกจากผลงานเพลง Kris Wu ยังมีผลงานการแสดงภายนตร์เรื่อง XxX: Return of Xander Cage ที่นอกจากจะเล่นแล้วก็ยังได้ทำเพลงประกอบหนังเรื่องนี้อีกด้วย คือเพลง “Juice” และยังมีโปรไฟล์ไฮคลาสอย่างการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ อเมริกัน เอ็กซ์เพรสในฮ่องกง ทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ BVLGARI พร้อมทั้งเขายังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกของ Burberry กลายเป็นบุคคลที่ไม่ใช่ชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนแบรนด์นี้ นอกจากนี้ คริส วู ยังได้เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์กับทาง McDonald และ BEATS อีกด้วย
Kris Wu กล่าวว่า “เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้กับ ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค
กรุ๊ป ผมสนุกกับเวลาที่จะแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ในทำงานเพลงของผม ในฐานะนักร้อง นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ อัลบั้มที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ คือการทำงานเพลงอย่างประณีต โดยผมจะพยายามทำงานเพื่อสร้างผลงานที่สวยงามมากขึ้นไปอีกให้กับแฟนเพลงทั่วโลก”
ขอบคุณข้อมูลจาก Universal Music Thailand

Apple Music มิวสิคสตรีมมิ่งยอดนิยมระดับสากลจัดเพลย์ลิสต์เพลง Hip Hop เอเชียในปี 2018 ชื่อว่า The New Asia โดยเพลย์ลิสต์นี้มีคำอธิบายจากทีมงานไว้ว่า “ทวีปเอเชียไม่ขาดแคลนศิลปินที่มีความสามารถ และนี่เป็นเพลง Hip-Hop และ R&B ที่ดีที่สุดของภูมิภาค ทีมงานเราจะอัพเดทเพลย์ลิสต์นี้ตลอด ถ้าเพลงไหนที่คุณชอบก็อย่าลืมเพิ่มเข้าไปในลิสต์เพลงของคุณนะ”
The New Asia เป็นเพลย์ลิสต์รวมเพลงฮิพฮอพเอเชียแห่งยุคนี้ ที่น่าสนใจมากๆ คือมีเพลงไทยหลายศิลปินรวมอยู่ด้วยทั้ง “Girl Power” จาก Cnan, “Choey Moey” จาก YOUNGOHM, “Kaow Ma” จาก Daboyway, “Galaxy” จาก D Gerrard, “ขี้แพ้” จาก UrboyTJ, “พอจะรู้” จาก meyou. และ “อยู่ดีๆก็…” จาก WonderFrame

ซึ่งในเพลย์ลิสต์นี้ยังมีเพลงจากศิลปินเอเชียที่ก้าวสู่ระดับโลกอีกหลายเพลง เช่น Rich Brian, Kris Wu, Higher Brothers, kiLLa เป็นต้น รวมแล้วมีทั้งหมด 50 เพลงในเพลย์ลิสต์นี้
สำหรับแฟนเพลงชาวไทยสามารถเข้าไปฟังเพลย์ลิสต์ The New Asia นี้ ได้ที่ Apple Music เท่านั้น
กดฟังเพลย์ลิสต์ที่ > The New Asia




ใกล้เข้ามาสุดๆ แล้ว สำหรับการทัวร์เอเชียครั้งใหญ่ของเหล่าคลื่นลูกใหม่ฝั่งเอเชียที่โด่งดังระดับโลก Hivefest : 88Rising Asia Tour Live in Thailand ที่จะจัดในวันพุธที่ 6 ธันวาคมนี้ ณ GMM Live House Central World โดยงานนี้ทีม 88Rising นำโดย Rich Chigga, Higher Brothers และ Joji จะได้มาพบกับซีนฮิพฮอพไทยในยุคใหม่ที่มีศิลปินคลื่นใหม่ของวงการร่วมเล่นเปิดให้พวกเค้าด้วยทั้ง FIIXD, YOUNGOHM, YB และสองดีเจ DJ Cleo P และ DJ NAT

เราจะไม่พูดถึงผลงานและการแนะนำตัวอะไรให้มากความแล้ว เพราะในบทความนี้เราจะมาพูดถึงโอกาสในการเข้าถึงศิลปินระดับโลกอย่าง Rich Chigga ที่อายุเพียง 18 ปี และโด่งดังทั่วโลกด้วยเพลง “Dat $tick” และในวันที่ 6 ธ.ค.นี้เราจะได้ฟังกันสดๆ บนแผ่นดินไทย บวกกับที่ซีนฮิพฮอพในไทยกำลังมาอย่างต่อเนื่อง ศิลปินนิวเวฟอย่าง FIIXD, YOUNGOHM และ YB ออกทัวร์ตลอดทั้งเดือน ทำให้เราอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า FIIXD, YOUNGOHM และ ดูโอ้ YB จะมีโอกาสได้เข้าถึงตัวของ Rich Chigga หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะมาดูโอกาสของแต่ละคนกัน









เอาล่ะ หลังจากอ่านเหตุผลกันมาทั้ง 3 ศิลปิน เราก็ไม่รู้ว่าข้อไหนจะเกิดขึ้นจริงบ้าง แต่ที่แน่ๆ คอนเสิร์ตนี้มันส์จริงแน่นอน เพราะในระดับโลกพวกเค้า 88Rising ก็ได้รับการยอมรับกันทั่วแล้ว แฟนเพลงต่างรอให้มาทัวร์ประเทศของตัวเอง และการผลักดันเอเชียก็เป็นภารกิจหลักของ 88Rising ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าทั้ง Rich Chigga, Higher Brothers และ Joji จะจัดเต็มมาให้แฟนฮิพฮอพชาวไทยได้สนุกกันอย่างแน่นอน
แล้วพบกันวันพุธที่ 6 ธันวาคมนี้ ที่ GMM Live House Central World ซื้อบัตรได้ที่ > http://zaapparty.com/hivefest/

วงการฮิพฮอพเอเชียกำลังระอุเมื่อ 88Rising ประกาศโปรแกรมทัวร์หลายประเทศช่วงปลายปีนี้ และประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งในเส้นทางรันฮิพฮอพเอเชียสู่ระดับโลกครั้งนี้ด้วย กับคอนเสิร์ต 88Rising Asia Tour Live in Thailand จัดโดย Hivefest กำลังจะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 6 ธันวาคมนี้ที่ Muang Thai GMM Live House และคลื่นลูกใหม่ในวงการฮิพฮอพโลก นำโดย Rich Chigga หนุ่มอินโดผู้โด่งดังจาก “Dat $tick”, Higher Brothers แก๊งแร็พเปอร์จากจีน และ Joji หนุ่มลูกครึ่งหน้าหล่อ Lo-fi ที่กำลังพุ่งขึ้นมาอย่างน่าจับตา นี่จะเป็นการมาไทยครั้งแรกของพวกเค้าและมันกำลังจะ RUN ฮิพฮอพเอเชียสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

88rising คือกลุ่มทุนสื่อที่ประกาศศักดาให้โลกรู้จักวัฒนธรรมฝั่งเอเชียมากขึ้น ผ่านสื่อบันเทิงที่ขับเคลื่อนด้วยช่องทางหลักคือ youtube พวกเค้าทำการแนะนำและชักพาวัฒนธรรมฮิพฮอพจากสองซีกโลกเข้ามาผสมผสานกัน ผ่านผลงานเพลงและวิดีโอจากเหล่าศิลปินเอเชีย ซึ่งการโด่งดังของ Rich Chigga จากเพลง Dat $tick นี่ก็คือการยืนยันจุดยืนของ 88rising ต่อโลกนี้ จากคำกล่าวของ Sean Miyashiro ผู้ก่อตั้งที่ว่า “We’re Asian as fuck”

Rich Chigga ไวรัลสตาร์คนนี้ผู้ดังเป็นพลุแตกจาก “Dat $tick” ซิงเกิลที่ถูกปล่อยลงอินเทอร์เน็ตเมื่อต้นปี 2016 ในขณะที่เจ้าตัวอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น ชื่อจริงของเค้าคือ Brian Imanuel หนุ่มเชื้อสายจีน-อินโดนีเซีย ที่หัดภาษาอังกฤษจากยูทูป สู่การเริ่มฟังผลงานแร็พเปอร์ต่างประเทศหลายคน และ “Dat $tick” เพลงที่สองที่เค้าปล่อยสู่สาธารณะก็กลายเป็นไวรัลจากมิวสิควิดีโอสุดกวน ด้วยลุคการแต่งตัวที่ขัดกับความโหดของสกิลแร็พ ทำให้เพลงนี้ถูกพูดถึงข้ามซีกโลกจากตะวันออกสู่ตะวันตกและมีถูกพูดถึงจากศิลปินฮิพฮอพระดับโลกทั้ง Ghostface Killah, Desiigner, Tory Lanez, Flatbush Zombies, 21 Savage และอีกหลายๆ คน จนถึงการทำ “Dat $tick Remix” ร่วมกับ Ghostface Killah หนึ่งในตำนานจาก Wu-Tang Clan และ Pouya แร็พเปอร์สาย horrorcore ที่โด่งดังจากอันเดอร์กราวด์
กระบวนการทั้งหมดหลังจากการเป็นไวรัลของเพลงนี้ก็ได้ 88rising และ CXSHXNLY กลุ่มศิลปินเอเชียในสหรัฐฯ ที่ขับเคลื่อนโดย Sean Miyashiro (ผู้ก่อตั้ง 88rising) และ Jonathan Park (a.k.a. DumbFounDead) ช่วยผสานคอนเนคชั่นให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของศิลปินตะวันตกกับตะวันออก ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับในรายของ Keith Ape แร็พเปอร์จากเกาหลีใต้ ที่เป็นไวรัลจากเพลง “It G Ma” สู่การทำ remix กับ A$AP Ferg, Father, Waka Flocka Flame และ DumbFounDead

Higher Brothers กลุ่มแร็พเปอร์ 4 คนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ใช้ความพยายามอย่างหนักในการเสาะแสวงหาสิ่งที่พวกเค้าชอบจากสื่อในประเทศ พวกเค้าต้องใช้ VPN ในการเข้าเว็บอย่าง youtube หรือ soundcloud เพื่อฟังเพลงจากต่างประเทศ รวมถึงการรับสื่อต่างๆ เพราะประเทศจีนมีระดับการเซนเซอร์ที่สูงมากๆ เพื่อควบคุมการรับสื่อของประชาชนจากในและนอกประเทศ นั่นทำให้พวกเค้าต้องปีนกำแพงเมืองจีนออกมาเพื่อประกาศตัวสู่โลกใบนี้
จากรูปด้านบนสมาชิกทั้ง 4 ของแก๊งประกอบด้วย MaSiWei (ที่สองจากซ้าย), DZ (ซ้ายสุด), Psy.P (ขวาสุด)และ Melo (ที่สองจากขวา) พวกเค้าเป็นที่รู้จักจากเพลงแรกที่ปล่อยในช่อง 88rising คือเพลง “Bitch Don’t Kill My Dab” จนถึงเพลงติดหูสุดๆ อย่าง “7-11” และได้ร่วมงานกับแร็พเปอร์รุ่นใหม่จากอเมริกาอย่าง Famous Dex ในเพลง “Made in China” ซึ่งทั้งหมดเป็นเพลงจากอัลบั้มของพวกเค้า “Black Cab”

Joji ศิลปินลูกครึ่งญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย มีชื่อจริงว่า George Miller แล้วก็มีชื่ออื่นๆ ทั้ง Filthy Frank ที่เป็นยูทูปเบอร์สายฮา และ Pink Guy ที่เป็นอะไรก็ไม่รู้บ้าบอคอแตกมากมายก่ายกองทั้งมนุษย์มีม เอ็นเตอเทนเนอร์ และศิลปิน ซึ่งการทำตัวเป็นมนุษย์มีมบ้าๆ ของ Pink Guy ก็เคยไปสุดถึงขนาดฝากผลงานสนั่นโลกมาแล้วนั่นก็คือการเป็นคนแรกที่ทำให้เกิดไวรัล The Harlem Shake ที่ส่งผลให้ทั้งโลกหันมาเล่นมีมนี้กันทั่วอินเทอร์เน็ตมาแล้วในปี 2013
ส่วนในฝั่งศิลปินของ Pink Guy นั้น ก็มีผลงานเพลงติดชาร์ตจากอัลบั้ม Pink Season ที่มีเพลงจำนวน 35 เพลง!
กลับมาที่เพลงของ Joji เค้าเริ่มปล่อยเพลงในช่วงปลายปี 2015 ด้วยสองซิงเกิล “Thom” และ “you suck charlie” ใน soundcloud ก่อนที่เราจะเริ่มเห็นชื่อของเค้าในช่องของ 88rising บ่อยขึ้นเรื่อยๆ จากหลายผลงาน จนเราได้เห็น EP แรกของ Joji บนตลาดฟังเพลง ในผลงาน “In Tongues” ที่มีเพลงดังอย่าง “will he” นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ได้ไปร่วมงานกับศิลปินในเครือของ 88rising อย่าง Higher Brothers ในเพลง “Nomadic” อีกด้วย โดยสไตล์เพลงของ Joji ถูกนิยามว่าเป็นประเภท downtempo และ lo-fi ที่ผสมผสาน hip-hop, R&B, folk, electronic และด้วยน้ำเสียงหม่นของ Joji ทำให้เรารู้สึกเศร้าใจไปกับเพลงเหมือนกัน
กล่าวกันมาขนาดนี้ เชื่อว่าแฟนฮิพฮอพไทยทั้งหลายต้องขยับตัวกันบ้างไม่น้อย เพราะ 88Rising Asia Tour ครั้งนี้จะเป็นการแสดงพลังของชาวเอเชียอย่างแท้จริงว่าวัฒนธรรมฮิพฮอพถูกส่งต่อข้ามซีกโลกมาผสมผสานกับความเป็นเอเชียได้ลงตัว ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่ Hivefest ผู้จัดงานนี้ ทำให้ทัวร์ครั้งนี้เกิดขึ้น และเรื่องที่น่ายินดีที่เราอยากจะบอกก็คือ Rap is Now ได้เป็นส่วนหนึ่งในผู้ร่วมสนับสนุนงาน 88Rising Asia Tour Live in Thailand ครั้งนี้อย่างเป็นทางการ
และงานนี้เราจะมีศิลปินฮิพฮอพไทยรุ่นใหม่เล่นเปิดให้กับ 88Rising ประกอบด้วย FIIXD, YOUNGOHM, Young Bong, DJ NAT และ DJ Cleo P จาก THAI HOP นับเป็นโอกาสดีที่ศิลปินฮิพฮอพไทยจะได้ร่วมเวทีเดียวกับศิลปินเอเชียที่กำลังพุ่งสู่ระดับโลกอย่าง 88Rising





สำหรับบัตรเข้าชมงานนี้ล่าสุดบัตรราคา Early Bird ได้ขึ้น SOLD OUT ไปแล้ว ซึ่งขณะสามารถซื้อบัตร Pre-Sale ราคา 1,800 บาท และ Regular ราคา 2,000 บาท สามารถซื้อบัตรได้ที่ zaaptickets
แล้วพบกันที่งาน !
88rising: a media brand that hybridizes Asian and American cultures

จากงาน Rap is Now Awards 2017 ในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่าน นอกจากการประกาศผลรางวัลที่สุดแห่งปีวงการเพลงฮิพฮอพ/แร็พที่เราก็ได้ทราบผลกันไปแล้วว่าใครกันบ้างที่ได้รางวัลไปนอนกอดในคืนนั้น เรายังมีช่วงเสวนาพูดคุยกับกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ถึงขวบปีที่ผ่านมาในวงการเพลงฮิพฮอพ โดยเราได้ TABEAZY (Tab Thanapol) กับ NINO สองโปรดิวเซอร์ที่มาพูดในเรื่องของฝั่งโปรดิวเซอร์ เราได้ FIIXD มาพูดในเรื่องของการทำอัลบั้มเพลงในยุคที่ศิลปินนิยมทำซิงเกิล และ YOUNGOHM หน้าใหม่ที่มาพร้อมปรากฏการณ์
รับชมวิดีโอช่วงเสวนาได้ที่นี่ RAP IS NOW AWARDS 2017 TALK SESSION
เราจะมาสรุปเรื่องราวของการพูดคุยไว้ในนี้ด้วย ซึ่งในการจัดงาน Rap is Now Awards 2017 นับเป็นครั้งที่สองของ Rap is Now ที่จัดงานมอบรางวัลเพื่อขอบคุณศิลปินฮิพฮอพขึ้น และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดเป็นงานปาร์ตี้แบบ Exclusive Party ขึ้นที่ Future Factory อารีย์ สำหรับประเด็นหลักของการพูดคุยคือ “การเติบโตของเพลง Hip-Hop ในไทย” ที่มาพร้อมกับคนรุ่นใหม่ในวงการ เราจึงได้สี่ศิลปินและโปรดิวเซอร์คือ TABEAZY, NINO, FIIXD และ YOUNGOHM

TABEAZY ให้มุมมองกับประเด็นหลักนี้ว่า การเติบโตที่เห็นได้ชัดเจนของฮิพฮอพไทยคือการขยายตัวของกลุ่มผู้ฟังสู่เด็กวัยรุ่นมากมาย ด้วยความเชื่อของศิลปินที่ผลิตเพลงออกมาจนมีกลุ่มผู้สนใจวัฒนธรรมฮิพฮอพมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถต่อยอดเป็นหลายๆ อย่าง
ซึ่งจากผู้สนใจมากขึ้นทำให้มีกลุ่มผู้ที่อยากเป็นเบื้องหลังมากขึ้นเช่นกันทั้งโปรดิวเซอร์ และบีทเมกเกอร์ โดยการประสบความสำเร็จของโปรดิวเซอร์เบื้องหลังที่โด่งดังเช่น Kanye West, Pharrell Williams ก็เป็นจุดสำคัญที่ยืนยันเรื่องนี้

ในการเติบโตนั้นส่งผลให้แร็พเปอร์ที่ทำเพลงอยู่ใต้ดินมาหลายปีอย่าง FIIXD ที่ปล่อยอัลบั้มในปีนี้รู้สึกว่าคนฟังเข้าถึงเพลงง่ายมากขึ้น จึงส่งให้เพลงมีการกระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พวกเค้าสามารถขายโชว์ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยประเด็นของการทำอัลบั้มในยุคที่ศิลปินและคนฟังนิยมเพลงแบบซิงเกิลมากกว่า FIIXD ให้ความเห็นว่ามันเป็นความคลาสสิคเพราะตัวเค้าเองก็ตามเก็บผลงานอัลบั้มของศิลปินที่ชื่นชอบมาก่อน จึงอยากทำขึ้นมาด้วยมือของเค้าเอง ไม่เช่นนั้นวัฒนธรรมการทำแผ่นซีดีอัลบั้มอาจจะหายไปในอนาคต ซึ่งในกระบวนการเหล่านั้นมันใช้เวลานาน และต้องอาศัยเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างศิลปินที่อยากชวนมาร่วมงานด้วย

กระบวนการคิดงานอัลบั้มจึงจะมีธีมของอัลบั้มนั้นๆ ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมของศิลปิน ที่หันมาทำงานแบบซิงเกิลกันมากขึ้น และในเพลงแร็พที่ประสบความสำเร็จมากในการเป็นซิงเกิลปรากฏการณ์ก็คือ “เฉยเมย” ของ YOUNGOHM

เพลงนี้ได้รับความนิยมทั้งในชาร์จ iTunes และ JOOX ซึ่งเป็นสตรีมมิ่งที่ค่อนข้างแตกต่างในกลุ่มผู้ใช้งาน โดย YOUNGOHM กล่าวว่า เนื้อหาที่แต่งในเนื้อเพลงนั้นเป็นประสบการณ์จริงของเค้าเอง โดยคำว่า “ยังไม่ได้นอน” ก็น่าจะไปกระแทกใจของคนที่ยังไม่ได้นอนเพราะมีกิจกรรมทำในช่วงกลางคืน ส่วนกระแสตอบรับจากผู้ฟังหลายกลุ่มนั้นก็มาจากการโปรโมทเพลงที่เค้าศึกษาสังคมออนไลน์มาพอสมควรก่อนที่จะปล่อยเพลง

TABEAZY ให้ความเห็นว่าการพบเจอกันของผู้ฟังและศิลปินบนออนไลน์ทำให้เพลงเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งเพลง “เฉยเมย” ก็มีใจความที่ได้ใจผู้ฟังจำนวนมาก และถึงแม้มันอาจจะมีหลักสูตรว่าทำเพลงอย่างไรให้ฮิต มันก็อาจจะไม่แน่นอนเสมอไป ซึ่งตัวศิลปินจะเจอจุดที่คนฟังชอบจากการลงมือทำงานมาเยอะๆ สำหรับ NINO มองว่า ถึงเราจะไม่รู้ว่าเพลงนี้จะมีโอกาสดัง แต่มันต้องมาจากความรู้สึกข้างในของตัวศิลปินก่อน
โดยการจะดังได้ของแต่ละเพลงมันอาจจะต้องมีส่วนประกอบตามทฤษฎี 3 ด. คือ “ดี ดัง โดน” จากความเห็นของ TABEAZY ซึ่งในแต่ละเพลงอาจจะไม่ได้ครบทั้ง 3 ตัว แต่ก็อาจจะประสบความสำเร็จได้

หากถามว่าก่อนจะปล่อยเพลง “เฉยเมย” จะดังได้ขนาดไหน ตัวศิลปินเองก็ยังไม่ทราบ แต่สิ่งนึงที่ YOUNGOHM มีอยู่ในใจตัวเองเสมอเลยก็คือ ความเชื่อมั่น และเพลง “เฉยเมย” เจ้าตัวก็รู้สึกตั้งแต่ทำเสร็จว่าเพลงนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เค้าเก็บประสบการณ์มาเล่าเป็นเพลงเกือบ 100% นั่นอาจเป็นสาเหตุให้ผู้ฟังถึงอินกับเพลงนี้

ในขณะเดียวกัน FIIXD กลับไม่ได้คาดคิดว่าเพลงของเค้าจะได้รับความนิยม เพราะทุกเพลงที่ทำออกมาเค้าทุ่มสุดในการทำงานโดยที่ไม่ได้แคร์ว่าจะดังหรือไม่ ที่สำคัญการทำเพลงออริจินัลของตัวเองมันต่างกับมิกซ์เทป เพราะการผลิตผลงานออกมาแล้วเผยแพร่ออกไปนั้นคือการจารึกชื่อตัวเองไปตลอดชีวิตในระบบฟังเพลงสตรีมมิ่ง

ท้ายที่สุดทุกคนก็ต่างมีมุมมองต่อวงการฮิพฮอพบ้านเราที่ต่างกันไป YOUNGOHM กล่าวว่ามันจะไปได้ไกลกว่านี้ เพราะคนรุ่นใหม่ซึมซับจากสื่อต่างๆ และผลงานของศิลปินที่ทำออกมา ซึ่งพวกเค้าจะเข้าใจมันมากขึ้น ขณะที่ FIIXD มองว่าในขณะที่ฝั่งอเมริกาเพลงฮิพฮอพได้รับความนิยมสูงที่สุด ฝั่งไทยก็ต้องไปไกลถึงระดับเอเชียให้ได้ เพราะตอนนี้ทุกคนก็หันมาแคร์แร็พกันมากขึ้น ยกตัวอย่างจากรายการจากสื่อหลักอย่าง The Rapper และ Show Me The Money Thailand


ทางด้านโปรดิวเซอร์แห่งปี NINO มองว่าอีก 5 ปี เราจะเติบโตไปมากกว่านี้แน่นอน ด้วยความสนใจของรุ่นใหม่ๆ ในกลุ่มคนเบื้องหลังอย่างโปรดิวเซอร์และบีทเมกเกอร์ก็จะช่วยยกระดับฮิพฮอพไทยไปอีก ในขณะที่ TABEAZY สังเกตจากการเกิดเพลงฮิพฮอพในเพลงโฆษณามากขึ้น ซึ่งมันต่างจากยุคก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยสิ่งสำคัญของความสำเร็จในอนาคตคือทุกๆ คนที่เป็นบุคลากรในวงการ ทั้งศิลปิน โปรดิวเซอร์ ทีมงานเบื้องหลังต้องเชื่อมั่นและทำมันโดยไม่หยุด เพราะสิ่งเหล่านี้มันถูกพิสูจน์มาแล้วจากการอยู่บนชาร์จเพลงระดับโลกอย่างบิลบอร์ดของเพลงฮิพฮอพ


ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาจนจบ รวมถึงผู้ที่ฟังในวิดีโอด้วย ซึ่งงานเสวนาดีๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน ขอขอบคุณผู้ติดตามทุกท่าน แล้วพบกันในโอกาสถัดไป

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำเพลง Hip-Hop ประจำเดือน ที่เราอยากให้ไปฟังและติดตามผลงานของศิลปินกันต่อเนื่อง ในเดือนกันยายนมีเพลงปล่อยมาเพียบ เราเลือกมาแนะนำกันชุดใหญ่ ซึ่ง WHAT DROPS จะรวบรวมมาให้แบบนี้ทุกเดือน ฝากติดตามกันด้วยครับ
Molly Girl – PEE CLOCK ft. YOUNGOHM
การเปลี่ยนสไตล์ของพัทยาบอย
See Ya Later – TARVETHZ x NUR$ETIME
เป็นการเปิดตัวของหน้าใหม่อีกคนคือสาว NUR$ETIME ที่มาทั้งแร็พทั้งร้อง ทำเอาเซอร์ไพรซ์ไปเลย ส่วนเจ้า TARVETHZ นี่งานดีขึ้นเรื่อยๆ เพลงนี้มาโชว์ท่อนไทยซะด้วย
SPRED LUV – Yung Newa
FLEX LIKE PABLO – Yung Newa
หนุ่ม trap จาก KKC ขอนแก่น ที่โผล่มาแบบรวดเร็ว มากับลุคเท่ๆ ปล่อยกี่เพลงก็ปังขึ้นเรื่อ
Try To – Maiyarap
ไมยราพเล่นพานางเอกในชีวิตจ
ลบ – Oaker
โผล่มาแบบไวๆ แล้วก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากการต่อยอดผลงานที่รู้สไต
Please – 8GARAD
เริ่มออกผลงานป๊อปๆ มาให้ฟังบ้างแล้ว โดยทิศทางของ 8G ดูหลากหลายขึ้น เพราะสมาชิกใหม่ๆ อย่าง Nicecnx เริ่มจับทางของเค้าได้ เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่รวมตั
มาอีกแล้ว – Beeazy & 93Flow
การกลับมาในรอบ 7 ปี ของเสือใต้ Beaazy ที่รอบนี้ได้แก๊งสุดแสบแห่ง
Believe – NLHz
หลังจากเคยปล่อยตัวอย่างมาใ
ดีต่อใจ – Doubletap ft. P-Hot
หลังจากพบปะกันบนเวทีแบทเทิ
Weird – $IR POPPA LOT
หลังจาก Jayrun ปล่อยเพลงเดี่ยว ก็เป็นคิวของท่านเซอร์ ที่เพลงนี้มีความสนุกอยู่ใน
For Me – Ben Bizzy ft. Holy Osa
การเข้าร่วมในกลุ่มแร็พเปอร์ใต้ดินเกาหลี ทำให้เบนน่าจะมีงานล้ำๆ มาให้แฟนเพลงไทยฟังกันอีกเย
Alone – G.Nine ft. Ben Bizzy
https://soundcloud.com/officialaf1/alone-feat-ben-bizzy
OOUUU!
Location/Slide/
Mashed up & Cover – MONA(PRODUCED BY NINO)
เพลงนี้เป็นการผสมรวมมิตรหล
This is My Life – T-Biggest
นอกจากเพลงของวง 8GARAD ที่ปล่อยอย่างต่อเนื่อง T-Biggest โปรดิวเซอร์ของวง ก็มีเพลงเดี่ยวในเดือนนี้ เพลงนี้เล่าความเป็นมาของเค้าได้เป็นอย่างดี เรียกว่าแตกต่างจากเพลงอื่น
Sippin My Asujis – Demoni¢
ถ้าคุณรู้จัก $UICIDEBOY$ คุณต้องเข้าใจสไตล์ของหนุ่ม
I Can’t See – D3
เรียกว่าเฟี้ยวฟ้าวมากๆ สำหรับ D3 ที่เราเคยเห็นผลงานตอนอยู่กับ Rafa มาแล้วบ้าง นับเป็นหน้าใหม่อีกคนที่เปรี้ยวได้ใจจริงๆ
เธอในฝัน – D Gerrard
หนุ่มบิ๊ก ปล่อยเพลงมาต่อเนื่องจากการ
Ya Mua Tae Mong – YOKEE
ดู mv นี้เราก็เออสนุกว่ะ เพราะโยคี แกมาคนเดียวทั้งเพลง แล้วก็สนุกได้ใจจริงๆ นั่นแหละตามชื่อเพลงเลย อย่ามัวแต่มอง !
Loungin’ – Da Cypha Godz
เก๋ากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว การรวมตัวนักกลอนจากยุคเว็บ
แค่เพียงหัวใจ – MASTERPETE ft. KKron, ณัชAlarm9
http://music.sanook.com/
คุณหมอแร็พเปอร์ ปล่อยเพลงที่ได้เพื่อนๆ มาร่วมร้องกันอย่างป๊อปสุดๆ
Fallin – Dek1millionbaht
ในยุคที่รุ่นใหม่ทุกคนมา trap เจ้าเด็กคนนี้มันมาก่อนใครเ
เจ็บก็พอ – Mack YoungHeeah
ได้ยินมาว่าเค้าคนนี้อยู่ต่
เสาร์-อาทิตย์ – ILLSLICK
ปล่อยเพลงใหม่เป็นประจำทุกเ
คิดถึง – Snuff
ถ้าตามไปดูในเครดิตจะรู้ว่า
In Your Eyes – Wintan
สมาชิกเก่าแก่ของ UDT BOY$ กลับมาปล่อยเพลงอีกครั้ง รอบนี้ก็ยังคงสไตล์เมาๆ ของแก๊งนี้ไว้ชัดเจน
ได้โปรด – Mike Sick Flow ft. Doper, YOUNGOHM
เพลงดุๆ กับสายเมโลดี้หัวเรือของ Z4 ที่มากับคู่หูเอกมัย ได้ฟิลตื่นเต้นนิดๆ
Don’t Judge Me – TIMETHAI
หนึ่งสตาร์สาย r&b ที่น่าจับตามอง ปล่อยเพลงใหม่มาให้เราต้องหันมามองเค้าอีกครั้ง เพลงนี้มีพลัง และรู้เลยว่าเค้ากำลังจะมีผ
ดช.โทนี่ – JUU
จารจูยังมีเพลงมาให้ฟัง ซึ่งสาวกสายเขียวไม่เคยผิดห
Java บ้าตาย – Hacker404 ft. Not’Toy
Hacker404 สายโปรดิวเซอร์ตัวจี๊ดจาก ZQUAD ปล่อยเพลงเข้ากับชื่อมากๆ Java บ้าตาย สายโปรแกรมเมอร์น่าจะรู้จัก
อย่าทำพันนี้ – Nachot ft. Mike Sick Flow
เด็กใต้จากตรัง น้าโชติมีเพลงมาให้ฟังกันอี
หลงใจ – MC-King
ปล่อยเพลงเป็นงานประจำ หนุ่มแร็พเปอร์รักสันโดษ MC-King มีผลงานใหม่ๆ มาให้ฟังกันเรื่อยๆ
หลบบ้าน – Temmax
TEMMAX เด็กใต้จากนครศรีฯ ปล่อยเพลงที่สอง ในกลิ่นเรกเก้พาคิดถึงบ้าน สายโฮมทาวน์ชาวใต้ตามเค้าได้ต่อเนื่องเลย