THE INTERVIEW : “Ballistic” CEO OF SIAMHIPHOP.COM


Ballistic เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อสตรีทแฟชั่น” จากแร็พเปอร์

สู่เจ้าของธุรกิจเจ๋งๆ ที่ผลักดันวงการสตรีทแฟชั่น และรันวงการ
ฮิพฮอพ

เป็นเรื่องที่น่ายินดีวันนี้เราได้มีโอกาสมาจับเข่าคุยกับ Ballistic
ที่หลายคนอาจจะรู้จักในนามเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า SneakaVilla
เป็น DJ เป็นคนจัดงาน Event ต่างๆ … โอ่… ที่เอ่ยมาคงไม่ใช่ “แค่” ซะแล้วล่ะ…

วันนี้เรามารู้จักกับเค้าแบบตั้งแต่สมัยวัยละอ่อนกันดีกว่า…

ball1

Q : บอลได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการ Hiphop ได้ไงฮะ?

A : เริ่มจากตอนอายุ 15 อยากเล่น Skateboard ก็เริ่มไปหาซื้อมาเล่น
ฝึกเล่นอยู่คนเดียวดูตามวิดีโอ ไม่รู้ว่าที่พัทยาคนเค้าเล่นที่ไหนกัน
พอรู้แล้ว ก็ยังไม่กล้าไปเล่นกับเค้า จนวันนึงก็ได้เจอคนในซอยบ้าน
ที่เล่น Skateboard อยู่ที่ซอย 6 (พัทยา) ก็เลยมีโอกาสเข้ากลุ่ม
คลุกคลีกับเพื่อนกลุ่ม Skateboard ก็จะมีเพื่อนฟังเพลงเมืองนอกทุกแนว
ไม่ว่าจะ Hardcore ไปยัน Hiphop แต่ความรู้สึกตอนนั้นเราอิน
กับ Hiphop มากที่สุด เคยได้ดู vdo 411 และในม้วนนั้น
มีเพลง My Name is – Eminem และรู้สึกว่าชอบมาก
และพวก Skater ที่เลือกเพลง Hiphop มาเป็น Soundtrack
ของตัวเองตอนเล่นก็จะมี Style การแต่งตัวที่เราชอบมากกว่าด้วย
อย่างเช่น Josh Kalis กับ Stevie Williams ทั้งสองคนนั้นเล่นอยู่ที่
LOVE PARK Philladelphia พอเรียนปวช. จบ ก็คิดว่าอยากจะไปเล่นSkate ที่นั่นทันที

ball2


Q : ก็เลยไปลุยอเมริกาซะเลย?

A : พอได้เดินทางไปแล้ว มันไม่สนุกมันไม่ง่ายเลย
คือ เราชอบเล่นกีฬาแต่เด็ก ชอบเล่นทุกประเภท เล่นเป็นหมด
ดูกีฬาทุกประเภทตั้งแต่ปิงปองยันโอลิมปิกฤดูหนาว
มันคือเหตุผลที่ไม่ชอบเรียนตามตำรา และนั่นก็ทำให้ภาษาอังกฤษห่วยมาก
ไปถึงภาษาอังกฤษ พูดไม่ได้เลย ความฝันเรื่องเล่น Skateboard เริ่มไม่ใช่และ
เรามาที่นี่จะเล่น Skate อย่างเดียวมันไม่ใช่ ก่อนอื่นเลยต้องเรียนก่อน
และบ้านที่พักอยู่ไกลจากโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนอยู่ในเมือง และ
LOVE PARK ก็อยู่ในเมือง ทุกวันต้องตื่น 6 โมง เดินทนหนาวมารอรถเมย์
ต่อรถไฟไปเรียน ซึ่งลำบากมาก ตอนนั้นตั้งใจเรียนสุดขีด
เพื่อจะเอาภาษา และก็เริ่มได้ฟังเพลง Hiphop มากขึ้น
ฟังคลื่นวิทยุที่นั่นตลอด ฝึกภาษา “Slang” ดูหนังวัยรุ่นอเมริกัน
อย่าง American Pie ดูแล้วดูอีก อยากเข้าใจ “Slang” ของมันแล้ว
พอเริ่มอินกับมันมากๆ ก็เริ่มอยากทำเพลง อยากเป็น Dj
เหมือนกลับไปเล่น Skateboard ใหม่อีกครั้ง
เพราะคราว Dj ก็ไปซื้ออุปกรณ์กับ Vcd มาดู (ยุคเปลี่ยน)
หัดถูไถเอา แต่ก็ไม่มีคนสอนมากนัก และก็เริ่มหัด Rap ไปด้วย

ball3
Q : แล้วใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตลอดแบบนี้ ได้ฟัง Hiphop ในไทยบ้างรึปล่าว?

A : ตอนอยู่ที่นั่น รู้จักแต่ Joeyboy ดาจิม ก็พึ่งกลับมารู้จักตอนอยู่ที่เมืองไทย
นั่นมันปี 2003 นะที่กลับมา

ball4

Q : ที่รู้จักบอลจริงๆ เลย คือตอนทำเพลงใน Mixtape Thaitay
เล่าเรื่องตอนนั้นให้ฟังหน่อยฮะ?

A : ตอนทำ Thaitanium Mixtape ก็รู้สึกสนุกดี มันเกิดมาจาก
ตอนกลับมาจากเมกา เราก็แบบ เราได้รับแรงบันดาลใจมาแบบสุดๆอ่ะ
กลับมาก็ต้องอยากกลับมาปล่อยของ อยากทำเพลง และเพื่อนๆที่พัทยา
ก็มีเอาด้วยหลายคน ก็เลยเกิด W2DE ใน Thaitanium Mixtape Vol.3
ตอนนั้นตลกสุดๆ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเพลง “Represent”
อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นเพลงแรก

Q : 55555 เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคยผ่านเลยซินะ “Represent” นี่…

A : เหมือนมันมีตัวอย่างมาอย่างนั้น 555

ball5

Q : แล้วบอลก็มันรัน Siamhiphop.com ตอนนั้นมีเป็น “Audio Battle”
ที่เหมือนเป็นการเปลี่ยนสเต็ปไปอีกขั้นของการ Battle ผ่านอินเตอร์เนตสมัยนั้นเลยนิ?

A : Siamhiphop.com เริ่มจากบอลคนเดียว ทำเว็บ แปลข่าว
ตอนนั้นยังไม่เรียนต่อมหาลัย พลังเหลือ และก็เริ่มมีน้องๆเข้ามาช่วย
มีส่วนร่วมกันมากขึ้น เรา Meeting กันไม่บ่อย เราแบ่งงานกัน
เค้าคุยกันใน msn ตลอด คือยุคทองยุคแรกๆ ของ Internet เลยจริงๆ
ใน Siamhiphop.com มีกิจกรรมมากมาย เริ่มจากแค่มีข่าวแปล
แนะนำเพลง จนมี Text Battle, Audio Battle จนถึง Album และ Hiphop Party
ที่มีแข่ง Rap Battle ด้วย ช่วงนั้นคนเริ่มสนใจ Hiphop เริ่มเยอะ
ผับบาร์เริ่มอยากให้เราไปจัดปาร์ตี้ (ตอนนั้นผับบาร์เป็นเล่นสด กับพวกเพลง Electronic )
และก็ห้างมาบุญครองก็ให้เราไปจัดงาน Hiphop ให้หลายต่อหลายครั้ง

ball6

Q : แล้วทำไมจู่ๆ เหมือนบอลเริ่มเจะนิ่งๆไปรึปล่าว หรือทำอะไรบ้างในช่วงนั้น
เล่าให้ฟังหน่อยฮะกว่าจะมาเป็น “SneakaVilla”?

A : ตั้งแต่เล่น Skateboard จะเป็นคนบ้าแฟชั่นอยู่แล้ว
พอมาบ้า Hiphop ก็บ้าเสื้อผ้า ไม่ชอบใส่ซ้ำใคร ชอบนำแฟชั่น
จะหาสั่งจากเมืองนอกมา รองเท้าต้อง Limited อะไรแบบเนี้ย
เพื่อนๆ ก็เริ่มมาขอซื้อต่อ และก็เพื่อนของเพื่อน
เราก็เริ่มสั่งมาให้ สั่งมาขายเค้า ก็เลยอยากเปิดร้าน
และก็ทำเสื้อผ้าให้มัน Match กับรองเท้าที่เราขาย
นั่นคือ Idea ของ SneakaVilla ตั้งแต่เริ่มต้น
และตอนนั้นเราก็เริ่มโตขึ้นด้วย พอเราเล่นรองเท้า
เล่นเสื้อผ้า มันก็เริ่มติด เริ่มต้องเสพย์ Street Art ของเล่นอีก
เริ่มสนุกช่วงแรกๆ ก็ยังทำ Siamhiphop ควบคู่ไปด้วย
ช่วงหลังๆไปทำเว็บใหม่ที่เป็นแฟชั่น ก็เลยไปมุ่งมั่น
กับตรงที่เป็นธุรกิจเรามากกว่า เพราะ Rapper
ในเมืองไทยต้องยอมรับว่าสมัยนั้นหากินยากมาก

ball7
Q : ขอกลับมาปัจจุบันบ้าง… ตอนนี้บอลทำอะไรบ้าง
นอกจากเป็นเจ้าของ SneakaVilla?

A : ณ ตอนนี้เลยก็เป็น Creative Director ให้กับ SneakaVilla

และบอลกับภรรยาก็ทำบริษัทชื่อ Passion Juice เป็นบริษัท
ที่ทำงาน Creative Marketing ที่ถนัดและรับแต่ลูกค้าที่เป็น
Lifestyle กับ Fashion ทำตั้งแต่ Branding ไปยัน Event และ Party

ball8

Q : ตอนนี้จัดได้ว่าประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้รึยัง
แล้วมีเป้าหมายต่อไปอีกรึปล่าว?

A : เอาจริงๆ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าที่คิดไว้นะ
ไม่เคยคิดว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ แต่เป้าหมายหลักก็คือ SneakaVilla
เพราะเราทำตั้งแต่แรก มันคือ Passion และเราก็คิดไว้ตลอดว่าอยากให้แบรนด์
พอมีที่รู้จักในไทยให้ได้มากที่สุดก่อน เหมือนนักมวย หรือนักบอล
ถ้าจะไปเก่งหรือไปต่อยเมืองนอก ก็ต้องเก่งในบ้านก่อน เป้าหมายต่อไป
ก็จะขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และในยุโรปต่อไป
และจะทำแบรนด์ Sneaka Kids เป็นเสื้อผ้าเด็ก และของผู้หญิงด้วย

ball9

Q : พูดถึงเสื้อผ้าเด็กตอนนี้มีครอบครัวมีลูกตัวน้อยแล้ว
บอลมีมุมมองชีวิตต่างจากเดิมบ้างไหม?

A : ต่างกันแบบสุดขั้ว ไม่เคยคิดว่าการที่เราเป็นพ่อคน
หรือหัวหน้าครอบครัวจะเป็นยังไง เมื่อก่อนคิดแค่ว่าเราทำงาน
เรามีความสุขกับเพื่อน กับแฟน แต่พอมีครอบครัวแล้วมันไม่ใช่แค่ตัวเราเอง
คำว่าครอบครัวมันมากกว่า 2 คน หมายถึงเราต้องมีความรับผิดชอบมากๆ
ทุกอย่างต้องมีการวางแผน เพราะเราก็อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี

ball10

Q : ถ้าให้มอง Hiphop ไทยในปัจจุบันบอลคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อเทียบกับเมื่อซักสิบกว่าปีที่ผ่านมา ตอนที่บอลเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ?

A : เรื่องเทคนิคหรือช่องทางการเข้าถึงมันง่ายขึ้น
ยุคนี้เป็นเหมือนยุคที่คนทำกับคนฟังมันติดต่อถึงกันได้เลย
ไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายๆ ตัวอย่างในยุคนั้นเช่น ต้องผ่านค่าย
ผ่านสื่อพิมพ์อย่างหนังสือ ที่ก็หาซื้อยากในไทย ในเว็บไซต์ก็ยังน้อย
ในวิทยุนี่ไม่ต้องคิด และสมัยนี้เทคโนโลยีก็ทำให้ทำเพลง อัด Demo กันง่ายขึ้น
สมัยนี้เลยมีศิลปินเก่งๆเกิดขึ้นมาเยอะมาก และไม่ต้องง้อค่ายด้วย


Q : ได้ข่าวบอลก็ติดตาม RAP IS NOW ด้วย…

จากที่คุยกับบอลมาน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้
กับรุ่นใหม่ๆได้ไม่น้อยเลย มีอะไรพูดกับพวกเค้าไหม?

A : จัดงาน Battle Mc ทั้งในเว็บไซต์ และตามงาน Siamhiphop มาหลายต่อหลายครั้ง
รวมถึงได้ไปเป็นกรรมการ Singha Battle of the Year มาปีนึง
การแข่ง Rap Battle เป็นอะไรที่สนุกมาก ยิ่งรอบลึกๆ
เราจะยิ่งได้ฟังเนื้อหาที่มันสด หยิบจากอะไรที่เห็น ที่สวมใส่
อะไรที่คิดสดๆ มา Diss ฝั่งตรงข้าม ทุกครั้งในรอบชิง
เราจะเห็นอะไรที่มันมากกว่าแค่ไปกลับ 2 รอบ
มันจะต้องมีแถมตลอด RAP IS NOW ก็เช่นกัน

ball11

Q : สุดท้ายคงมีแฟนๆ ที่ติดตามผลงานบอลเมื่อครั้งอยู่ W2DE
ว่าบอลจะมีผลงานเพลงใหม่บ้างให้ได้ฟังบ้างรึปล่าว?

A : เคยคิดอยู่ว่าจะกลับมาทำเพลง คุยกับเพื่อนๆ ดิบดี แต่พอมาดูตารางเวลาตัวเอง
เราไม่ได้ว่างขนาดนั้นแล้ว แต่ถ้ามีเวลาว่างก็อยากจะกลับมาทำ ทำแบบ Old Skool
แบบที่เราชอบฟัง สุดท้ายขอขอบคุณบทสัมภาษณ์นี้ และ ขอบคุณจากใจให้กับทีมงาน
ที่ยังคงเป็นแรงผลักดันในกับเด็ก Rap ทุกคนยังมีเวทีที่แสดงความสามารถ
และออกมาสนุกกันในช่วงหนึ่งของชีวิต

ball12

จากที่ได้พูดคุยกับบอลมาดูเหมือนแร็พเปอร์นักธุรกิจคนนี้แทบจะ
เรียกได้ว่าหนทางโรยด้วยกรีบกุหลาบ..แต่ในความเป็นจริงแล้วบอล
หรือ “Ballistic” ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้ คงจะไม่อาจประสบความสำเร็จ
และเป็นที่ยอมรับได้ขนาดนี้หากแต่ว่าเขาทำเพียงแค่คิดอย่างเดียว

จึงพูดได้ว่าการลงมือทำเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการคิดอย่างเดียวแน่นอน
และนั่นคือ Ballistic CEO แบรนด์ดัง SneakaVilla

Interview by : NaZe$u$

Credit : https://www.facebook.com/ballisticone

 

Comments