RINTERVIEW : จุดยืนในฮิพฮอพ เป้าหมายชีวิต และ VKL ไม่ได้เป็นแค่ลูกหม่ำ

RINTERVIEW ที่ 3 จะพาไปพูดคุยกับศิลปินที่ถูกยกให้เป็นฮีโร่แห่งบ้านเกิด ในที่นี้คือจังหวัดยโสธร และเค้าคนนั้นคือ VKL หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ มิกซ์ เพทาย วงษ์คำเหลา แร็พเปอร์ที่ได้รับรางวัล Hometown Hero จาก Rap is Now Awards 2017 จากผลงานเพลงดัง “ยโส” ซึ่งส่งให้เค้าถูกจับตามากขึ้นจากสื่อและคนฟังเพลง และด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ทำให้การต่อยอดสู่ผลงานใหม่ที่เพิ่งปล่อยไปเร็วๆ นี้คือ EP Over Control มาวันนี้เราจะไปเจาะลึกกับเค้าให้มากขึ้นว่านอกจากทำเพลงมาตลอดแล้ว เค้ายังมีเป้าหมายอะไรอีกในชีวิต และจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงเหมือนคุณพ่อของเค้าหรือไม่ ไปอ่านกัน

RIN : รู้สึกยังไงบ้าง หลังจากได้รับรางวัล Hometown Hero เมื่อปีที่แล้ว ?

VKL : รางวัล Hometown Hero นั้นมันเหมือนการพิสูจน์ให้ผมได้รู้ว่า ผมไม่ใช่แค่ “ลูกหม่ำ” เหมือนที่ผมเคยพูด ซึ่งมันเปลี่ยนผมไปจริงๆ เมื่อก่อนเวลาคนมาเจอผม เค้าจะชอบพูดว่า “ฝากสวัสดีพ่อด้วยนะ พ่อสบายดีไหม” แต่พอหลังจากปล่อยเพลง “ยโส”, เพลง “HI$O” ไป ก็เริ่มมีคนพูดว่า “มีผลงานใหม่มาไหมครับ ติดตามอยู่นะครับ” เค้ารู้ว่าผมได้รางวัลHometown Hero ด้วย ผมก็แฮปปี้แล้วนะในจุดนึงของผม แผนในการทำเพลงนั่นก็คือทำให้คนอื่นรู้จักผมมากกว่าเป็นแค่ “ลูกหม่ำ” ครับ

Artboard 1 copy

VKL ได้รับรางวัล Hometown Hero จาก Rap is Now Awards 2017

RIN : แล้วที่บ้านรู้ไหมว่าได้รางวัลนี้ ?

VKL : รู้ครับพี่ เพราะหลังจากที่ได้รางวัล อีกสามวันผมก็เอาไปให้เลย เพราะว่าผมไม่ได้นอนที่บ้านเลย ผมทำเพลงอย่างเดียวเลย พ่อกับแม่ก็จะคิดว่าผมไปเที่ยว แต่ผมทำเพลง แล้วพอได้รางวัลนี้มา ก็เหมือนพิสูจน์ว่าผมทำเพลงจริงๆ ไม่ได้เล่นๆ ครับ

RIN : แล้วที่บ้านรู้ใช่ไหมว่าทำเพลงแร็พ ?

VKL : รู้ครับ

RIN : แต่ไม่ได้รู้ว่าทำจริงจังขนาดไหน ?

VKL : ใช่ครับ แต่หลังจากเค้าเห็นรางวัล เค้าคงรู้แล้วนะพี่

Artboard 1 copy 10

นำรางวัลกลับบ้านไปถ่ายร่วมกับครอบครัว

รางวัล Hometown Hero นั้นมันเหมือนการพิสูจน์ให้ผมได้รู้ว่า ผมไม่ใช่แค่ “ลูกหม่ำ”

RIN : เซอร์ไพรส์อันนึงของ VKL นั่นก็คือเพลง “แมนแล้วบ่” ที่มีพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ มา featuring ด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม ว่าเพลงนี้เป็นมายังไง ?

VKL : ผมเป็นคนหา sample มาก่อน แล้วผมคิดว่าอยากได้เป็นเสียงแคน เลยให้พี่ Roony โปรดิวเซอร์ทำบีทให้ ตอนนั้นยังไม่มีพี่กอล์ฟมาอยู่ในหัวเลย แค่เป็นซาวด์อีสานที่ลองทำดู จริงๆแล้วเพลงนี้เป็นเพลงเดี่ยวเลยครับ แต่ทำไปแต่งไป แล้วมาฟังดู รู้สึกว่ามันไม่ใช่อะพี่ เพลงมันต้องมีรุ่นใหญ่ที่เป็นแร็พไทยอะพี่ ที่เค้าสามารถ represent ในแบบไทยออกมา ซึ่งพี่กอล์ฟเป็นคนเหนือ แล้วผมอีสาน เราเลยมีความแตกต่างของวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดออกมาในเพลง ผลงานมันก็ออกมาเกินคาดมาก แค่นี้ผมก็โคตรแฮปปี้แล้วพี่ มันเกินคาดมากเลย

RIN : ผลตอบรับตอนนั้นเป็นยังไง ?

VKL : สุดยอดครับพี่ ผมแฮปปี้ตรงยอดวิวด้วย ซึ่งเพลงนี้ยอดวิวโอเคเลย

RIN : ในวงการบันเทิง เค้ามีการพูดถึงไหม เรื่องเพลงที่มีพี่กอล์ฟไปร่วมงานด้วย

VKL : มีครับ เคยเห็นนักแสดงนาดาว ชอบเพลงผมเยอะเลย ตอนนั้นเปิดดูอยู่ ผมก็ส่งข้อความไปว่า “ขอบคุณครับ”

RIN : จากเพลง “แมนแล้วบ่” ก็มีเพลงอื่นๆ ที่มีกลิ่นอายอีสาน คิดยังไงถึงมาทำแนวนี้

VKL : ผมอยากทำแนวอีสานมานานแล้วพี่ ผมเคยทำบีทอีสานมาก่อน แต่ภาพรวมมันยังไม่ใช่ มันยังไม่อิน ผมยังไม่แฮปปี้ ผมทำมาตั้งแต่ประมาน 6-7 ปีที่แล้ว แล้วทีนี้ผมมาทำกับพี่ Roony ก็รู้สึกว่าตอนนี้มันได้ที่แล้ว มันอยู่ที่ผมแล้วว่าจะทำมันได้ไกลขนาดไหน

RIN : แมนแล้วบ่, ยโส แล้วก็ เซาเว่า 3 เพลงนี้มามาแนวบ้านเกิดแล้ว จะมีแนวนี้มาให้ฟังอีกไหม ?

VKL : มีใน EP นี้ที่เพิ่งปล่อยไปครับ ชื่อเพลงว่า “ฟังกันแหน่” เป็นเพลงช้าด้วย ผมร้องด้วย ร้องเลยแหละ มาแบบเพลงรักๆ เลยไม่ได้ทำเพลงรักมา 5-6 ปีแล้ว เป็นเพลงเดี่ยวด้วย ผมไม่นับ “เซาเว่า” นะ เพราะเพลงนั้นเป็นเพลงของ Beam ที่ไป featuring ด้วย ซึ่งแนวนี้ผมขอเรียกว่า “ยโสธรซาวด์” 

RIN :  EP Over Control ที่ปล่อยไป มีคอนเซ็ปต์ยังไงบ้าง ?

VKL : การควบคุมไม่ได้ ควบคุมไม่อยู่ ใน 6 เพลงนี้ที่ผมทำมา ผมเอาความรู้สึกเป็นหลักเลย ผมไม่ได้ตั้งคอนเซ็ปต์เลย ศิลปินบางคนอาจจะบอกว่า ตั้งคอนเซ็ปต์ไว้ก่อน ถ้าบีทมา บีทมันเข้าก็ใส่เลย แต่สำหรับผม ผมจะเปิดบีท แล้วก็ร้องเลย ร้องไปก่อนเลย ท่อนฮุค อยากร้องแบบไหนซ้ำๆ ก็ร้องไปก่อน แล้วค่อยมาใส่ชื่อเพลงอะไรทีหลัง ซึ่ง 6 เพลงนี้ก็เหมือนกับว่ามันคุมไม่ได้ มันไปตามฟิลอะพี่ Over Controll แบบนั้นเลยครับที่ผมคิดไว้

RIN : ทั้ง 6 เพลง พูดถึงความรักหมดเลยไหม และเพลงที่เด่นสุดคือเพลงไหน ?

VKL : มีแค่เพลง “ฟังกันแหน่” ครับที่เกี่ยวกับความรัก ซึ่งเพลงอื่นก็เด่นทุกเพลงนะพี่ อันนี้ถือว่าใหม่เลยสำรับผม เพราะก็มีทั้งร้อง ทั้งแร็พแบบ Trap บนบีท
Trap แล้วร้องอีสานก็มี ใน EP นี้มันมีหลายแนว ถ้าจะบอกว่าเพลงไหนเด่น ผมว่ามันเด่นกันคนละแนวอะพี่

ผมไม่หยุด มีสามเพลงที่เสร็จแล้ว ผมก็ยังไม่ปล่อย ต้องทำตลอดครับพี่

อย่างตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน เราต้องมีอาวุธเก็บไว้

RIN : จะมี MV เพลงไหนตามมาไหม ?

VKL : อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ เพราะนี่คือ EP เซอไพรส์

RIN : ศิลปินที่มา Featuring ด้วยใน EP มีใครบ้าง ?

VKL : มี Mona ครับ น้องสาวของพี่ NINO แฟนของคุณ XD (FIIXD) ฮ่าๆ ก็มาร้องให้ผมเพลงนึง ชื่อเพลง “Old Boy” เป็นเพลงเปิด EP ของผมเลย ซึ่ง NINO เป็นคน
โปรดิวซ์เพลงนี้ด้วย แล้วคนที่สองก็คือ Ben Bizzy คนนี้ผมอยากฟีทด้วยนานแล้ว แต่เห็นเค้าร้องไงพี่ เราก็เลยคิดว่าจะมาแร็พอย่างเดียวไม่ได้ แต่ตอนนี้พร้อมแล้ว ร้องเป็นแล้ว “แมนแล้วบ่” ก็ร้องไปแล้ว “ยโส” ก็ร้องไปแล้ว ก็เลยคิดว่าถึงจังหวะแล้วที่พร้อมจะฟีทกับพี่เบน แต่ผมไม่ได้แบบว่าร้องแบบรักๆ เลยนะพี่ จะเป็นแบบแร็พโหดๆ แต่ท่อนฮุคก็จะมีร้องอะพี่ ชื่อเพลง “Mayday” ครับที่ทำกับ Ben Bizzy

RIN : คนฟังจะได้รับอะไรจากเซอไพรส์ของเรา ?

VKL : VKL คนใหม่พี่ แต่ไม่ใช่แบบเก่าไม่มีเหลือนะพี่ คืออันเก่ามันก็มี แต่ว่าพัฒนาขึ้นไปอีก จะดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่คนฟังตัดสินใจเองอะพี่

Artboard 1 copy 3

ผลงานใหม่ล่าสุด Over Control EP

RIN : ใช้เวลาเตรียมนานไหมครับ สำหรับ EP Over Control นี้ ?

VKL : ผมอัดไปเรื่อยๆ อะพี่ แล้วผมก็มาเลือกเอาว่าอันไหนที่เราชอบ อย่างทุกวันนี้ผมก็อัดอยู่ มีอีกเป็นสิบเพลง ผมไม่หยุด มีสามเพลงที่เสร็จแล้ว ผมก็ยังไม่ปล่อย ต้องทำตลอดครับพี่ อย่างตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน เราต้องมีอาวุธเก็บไว้

RIN :  ทำเพลงมานานมากๆ แล้ว จริงๆ ทำมากี่ปี ?

VKL : 7-8 ปี แล้วครับพี่ ตอนนั้นอายุประมาน 16-17 ครับ มีเพลงหลายเพลงที่ทำตอนนั้น แล้วอยู่ในช่อง Sweed Dreamz Records แต่ตอนนี้บางส่วนผมลบออกด้วย ฮ่าๆ

RIN : 8 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง เกี่ยวกับวงการฮิพฮอพและตลาดคนฟังเพลง ?

VKL : ยอมรับมากขึ้นครับพี่ ยอมรับเพลงฮิพฮอพหลายแนวมากขึ้น เมื่อก่อนคนฟังแต่ Old School เดี๋ยวนี้มาฟัง Trap ได้ ฟังได้หมดอะ Migos ก็ฟังได้ อะไรก็ฟังได้หมด แต่ก็ยังเหมือนเดิมอยู่อย่างนึง เหมือนคนเข้าห้องแต่ไม่ยอมไปนอนบนเตียงอะ อยู่หน้าห้องแต่ไม่ยอมสำรวจห้องว่าห้องมีอะไรบ้าง

RIN :  คิดว่าอีกนานไหม ที่คนจะยอมขึ้นไปนอนบนเตียง ?

VKL : ผมว่ามันจะตอนไหนก็ได้ อยู่ที่ว่าเพลงไหนมันจะจี้จุดคนมากกว่า เพราะตอนนี้มันก็ขึ้นละพี่ ล่าสุด YOUNGOHM ก็ไปฟีทกับ Getsunova เด็กใหม่ก็ไปฟีทกับศิลปินฮิพฮอพเก่าๆ มากขึ้น มันมีโอกาสมากขึ้นครับพี่ตอนนี้อะ

8

RIN : ในฐานะที่เป็นลูกพ่อหม่ำในวงการบันเทิง มองวงการบันเทิงไทยว่าเค้าจะรับวัฒนธรรมฮิพฮอพได้ไหม ?

VKL : พูดตรงๆ นะพี่ ผมโตมาจากฮิพฮอพนะพี่ ผมไม่แคร์ครับ คุณจะรับได้ไหมล่ะ รับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าถ้าคุณรับไม่ได้ก็แปลว่าคุณไม่เป็นกลาง แล้วทำไมคุณรับแนวลิเกได้ ทำไมคุณรับแนวสตริงได้ แต่ทำไมคุณรับกับแนวฮิพฮอพไม่ได้ ? ผมยังรับได้หมดเลย แต่ทำไมคุณรับเราไม่ได้ หรือเราทำให้คนร้องไห้ในผับไม่ได้หรอ พวกเราก็มันส์นะ เราเปิดเพลงในผับ ทุกคนก็โยกได้ ความรู้สึกที่ผมทำเพลงเพราะอะไรรู้ไหมพี่ ช่วงนึงผมไปเที่ยวผับเยอะพี่ แล้วผมเห็นคนไปเที่ยวผับแล้วร้องไห้ ผมก็คิดว่ามึงมาเที่ยวผับ แดกเหล้า ร้องไห้นึกถึงแฟนเก่า เห้ย! กูทำเพลง Turnt ไม่ดีกว่าหรอวะ ให้คนเต้นเอ็นเตอร์เทนคนดีกว่า

RIN : นั่นคือจุดที่ทำให้อยากทำให้คนฟังต้องโดดใช่ไหม ?

VKL : ใช่ครับ มันต้องเปลี่ยน ผมไม่อยากเห็นคนไทยร้องไห้ตลอดไป อยากให้คนไทย Turnt แบบ Lit อะไรแบบนั้นอะพี่

RIN :  คนไทยนั้นชอบมีดราม่าเรื่องของวัฒนธรรม เปลี่ยนแปลงยาก อะไรแบบนี้ มันจำเป็นไหมที่ต้องให้เวลากับมัน ?

VKL :  ก็ควรให้นะพี่ แต่ถ้าถึงเวลาแล้วยังไม่ยอมรับ เราจะไปรอเค้าก็ไม่ใช่นะพี่ เพราะเราก็เหมือนเป็นนักเล่าเรื่องอะพี่ เราจะมาเล่าเรื่องตามเขาก็ไม่ได้ สมมุติให้พี่เล่าเรื่องตามใจคนฟังเป็นสิบปี พี่ก็ทำไม่ได้หรอก พี่ก็อยากเล่าเรื่องที่พี่ผ่านมาบ้าง

RIN : คิดว่าเพลงฮิพฮอพจะกลายเป็นเพลงกระแสหลักของประเทศไทยได้ไหม ?

VKL : ผมพูดตรงๆ นะพี่ ผมไม่รู้ว่าคนเค้าจะแคร์แนวฮิพฮอพขนาดไหน แต่ว่าถ้าวันนึงผมได้ทำหนังเมื่อไหร่ ทำไมหนังผมจะไม่มี Soundtrack ฮิพฮอพวะพี่ ถ้าเกิดมึงไม่ดัน กูก็ดันเองก็ได้ ไม่เป็นไร

RIN : นี่เท่ากับว่าในอนาคต เราจะเห็น VKL ในบทบาทคนทำหนังใช่ไหม ?

VKL : ผู้กำกับ,แร็พเปอร์,คนเขียนบท, โปรดิวเซอร์ จริงๆ คงเหมือนเดิมแหละพี่ แค่มีหน้าที่เยอะขึ้น

RIN : เอ๊ะ ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วนะครับ ?

VKL : 22 ครับ

RIN : คิดว่าอีกกี่ปีจะไปถึงตรงนั้น ตรงที่บอกว่าจะทำหนัง ?

VKL : ไม่เกินสองปีครับพี่ อันนี้เผื่อเลทให้ด้วยนะพี่ ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่ม แต่วางแผนไว้หมดแล้วแล้ว

RIN : วางจุดของเราไว้ตรงไหนของวงการฮิพฮอพ หรือวงการบันเทิง ?

VKL : ผมอยากเป็นเยอะเลยพี่ แต่ตอนนี้ที่ผมคิดคือ ผมอยากเป็นรุ่นใหญ่ในวงการ เหมือนเป็นการเทคแคร์ต่อจากรุ่นพี่ๆ เค้า แบบพี่กอล์ฟ, ก้านคอคลับ, Thaitanium ผมอยากให้พวกพี่ๆ แกพักแล้ว ส่วนรุ่นใหม่อย่างเราก็มาเป็นแทน มาเทคแคร์ ทำเพื่อวัฒนธรรมฮิพฮอพ นั่นแหละพี่เท่าที่ผมคิด

RIN : คิดว่าตอนนี้ขุมกำลังรุ่นใหม่ของเรา แข็งแรงพอไหม ?

VKL :  แน่นนะพี่ แต่ต้องมีความอดทนครับพี่ ต้องมีแผนสองด้วย เผื่อเราพลาด ผมเห็นเด็กรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จ แต่ผมยังไม่เห็นเด็กรุ่นใหม่วางแผนสองไว้ เข้าใจความหมายของผมใช่ไหมพี่ ผมมีแผนสองนะ ไม่ได้มีแค่แผนสองด้วย มีถึงแผนสิบนู้น อันนี้ไม่ได้พูดอวดหรืออะไรนะพี่ ผมคิดเผื่อไว้ตลอด

Artboard 1 copy 5

เมื่อครั้งออกรายการโทรทัศน์ร่วมกับพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ รุ่นพี่ในวงการฮิพฮอพ

RIN : อะไรทำให้เราคิดแบบนั้น ว่าต้องมีแผนอื่น ?

VKL : ถ้าเกิดพี่ปล่อยเพลงมา พี่จะรู้ได้ไงว่าเพลงพี่จะดัง เอาอะไรวัด ? ถ้าเอาการโปรโมทดันแบบนี้เกิดเพลงดัง ก็เหมือนเพลงดังเพราะการโปรโมทสิ ถูกไหม ? ยกตัวอย่างนะพี่ อย่างเพลง “ยโส” เพลงนี้ผมไม่ได้โปรโมทเลย แต่ทำไมมันถึงได้ถึงล้านวิว ผมไม่ได้โปรโมทอะไรเลย แต่ทำไมผมได้ล้านวิวเหมือนเพลงเนื้อหาทั่วไป แสดงว่าผมทำได้เพราะคนฟังผม เพราะคนชอบในแนวของผม ของแบบนี้มันวัดกันไม่ได้ จะมาวัดกันกับการโปรโมทอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าจะบอกว่าทำแนวนี้แนวนั้นมันได้ตังค์นะ แต่ผมทำแนวของผมเอง มันก็ทำได้ ถึงมันจะยากในการจะได้ล้านวิว แต่ผมจะไปทำแนวแบบที่เค้าว่าทำไมอะ คือผมเป็นคนบ้านๆ ผมเริ่มมาจากศูนย์ แล้วผมยึดติดฮิพฮอพ ผมไม่แคร์ ซึ่งที่จริงแสนวิวผมก็โอเคแล้วนะ เหตุผลมันคือถ้ายังมีคนติดต่อจ้างงานอยู่ แสดงว่ามาตรฐานเรายังมีอยู่ คนยังชอบเราอยู่ ศิลปินบางคนยอดวิวเป็นล้าน แต่ไม่มีคนจ้างก็มีนะพี่ มันเกิดขึ้นได้หมดอะ แล้วผมก็โชคดีด้วย เพราะผมไม่ได้มาด้วยกระแส ผมมาด้วยแนวของผมเอง เพราะถ้ามาด้วยกระแส ผมก็ไม่รู้จะตกตอนไหน ใครจะดึงผมลงตอนไหน ผมก็ไม่รู้ แผนสองมันเอาไม่อยู่ไงพี่ ต้องมีหลายแผน

RIN : วิธีคิดแบบนี้ เอามาจากไหน ?

VKL : จากพ่อเลยครับ การกล้าได้กล้าเสียนี่ได้มาจากพ่อเลย ไม่ได้แค่จากพ่อด้วยพี่ ได้มาจากคนยโสฯ ดีกว่า คนยโสฯ เป็นคนกล้าได้กล้าเสียทั้งนั้นอะพี่ อย่างอัลบั้ม นาค (Naga) ที่ปกเป็นตัวการ์ตูน ตอนนั้นผมยังไม่มีงบ ผมมี Canon 7E ที่พ่อซื้อให้ แต่ผมขายเลย ผมจะเอาเงินมาทำเพลง ผมขายได้แล้วเอาเงินไปลงกับอัลบั้มที่ทำกับพี่ Roony
กล้าได้กล้าเสียครับ

RIN : ผลตอบรับเป็นไงบ้าง ?

VKL : ก็ไม่เท่าไหร่อะพี่ แต่ก็รู้แล้วว่ามันไม่เท่าไหร่แหละ เพราะเราเพึ่งเริ่ม แต่ตอนนั้นผมปล่อยไปเพื่อให้มีผลงาน ให้คนรู้ว่าเรากำลังมา แล้วหลังจากปีนั้น
“Original Killa” ก็มา แต่ก็ไม่ได้ดังตู้ม แต่ก็มาเรื่อยๆ อะพี่

RIN : คิดยังไงกับคอมเมนท์ใน YouTube บ้าง แคร์ไหม ?

VKL : เมื่อก่อนก็แคร์ ยอมรับ เราเด็กเนาะ แต่ตอนนี้ผมก็ไม่ได้บอกว่าผมโตแหละพี่ แต่ผมคิดง่ายๆ ว่า ตอนนี้เรียนจบแล้ว ผมก็ต้องหาตังค์ งานหลักของผมเนี่ยต้องหาเงินมาให้เงินเดือนพี่แจ้ง (Trip J) เพราะเค้าดูแลผม คิดแบบนี้ไม่ดีกว่าหรอพี่ ผมไม่แคร์แล้ว คอมเมนท์ต่างๆ ที่ไม่ดีอะ ไม่สนแล้ว ไม่มีผลเลย

RIN : คิดว่าเพลงตัวเอง จะมีโอกาสแมสกว่านี้ไหม ?

VKL : แมสกว่านี้ไหมหรอ ? ผมว่าแมสกว่านี้ได้นะ ขึ้นอยู่กับว่าเพลงไหนจะโดนคนฟัง เพราะผมไม่ได้ทำเพลงตามตลาด แต่ผมขอมีกลิ่นตลาด ผมเอาฟิลศิลปินเป็นหลัก เพราะในตลอดหลายปีที่ผ่านมาในประเทศไทย ในค่ายต่างๆ นั้น ทำให้คนฟังอย่างเดียว แต่ผมไม่เคยเห็นคนที่ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อความรู้สึกเรา ซึ่งผมนับถือตรงนี้นะการเป็นศิลปินผมยึดถือจุดนี้อะพี่ ผมก็ไม่ได้ไม่สนใจคนฟังนะพี่ แต่เราต้องเป็นตัวเรา

RIN : Sweed Dreamz Records ขอข้อมูลเกี่ยวกับค่ายนี้หน่อย ?

VKL : ตอนแรกเปิดค่ายผมได้งบมาจากนายทุนเก่า เค้าออกให้หมดเลย ตอนแรกผมไม่ได้อยากเป็นแร็พเปอร์พี่ ผมอยากเป็นเหมือน Diddy แต่ทีนี้ศิลปินแรกของผมคือพี่แบงค์
BT แต่ทีนี้เค้าต้องไปดูแลภรรยาที่ตั้งครรภ์ แต่ผมดันเปิดค่ายแล้ว เปิดเพจอะไรไปแล้วไง ผมปล่อยทิ้งไม่ได้ ผมเลยลงเพลงแรกไปก่อน จนพี่แบงค์เค้าเคลียร์อะไรแล้ว เค้าก็กลับมาช่วยผม แต่ก็มีช่วงนึงผมไม่ได้มีงบหาคนทำบีทอะไรแล้ว ผมไม่มีแรงบันดาลใจเลย ตอนนั้นผมไม่รู้จักใครเลย ผมทำดนตรีกับนักดนตรีพ่อผมอะพี่ ซึ่งเค้าถนัดทำเพลงลูกทุ่ง

RIN : แล้วที่อยากทำเพราะอะไร ?

VKL : ผมอยากทำให้ฮิพฮอพมันถูกต้อง ผมฟังศิลปินในยุคนึง เป็นแร็พเปอร์อะพี่ เค้าทำดี ทำถูกต้อง แต่มันเหมือนค่ายเค้าคุมอยู่อีกทีนึงให้อยู่ในตลาดแบบ 50/50 ผมเลยอยากให้มันออกมาในฟิลเราเหมือน “ยโส” เหมือน “HI$O” ที่ผมทำไป เหมือนอย่าง FIIXD ที่ทำเพลง “ข้อมือ” ทำตามฟีลไปเลยนั่นแหละ ที่ผมอยากให้เป็น

RIN : จำเป็นไหมที่ศิลปินต้องมีค่าย ?

VKL : แล้วแต่คนอะพี่ เหมือนผม พอทำมาคนเดียว สักพัก เพื่อนผมคุณวีรชัย (Real B) เนี่ยแหละ เค้าก็บอกผมว่าอยากทำเพลงไหม กูให้ค่ายมึงเลย เหมือนหุ้นกันอะครับ เลยเกิดค่ายนี้ขึ้นมา เค้าเหมือนเป็นนายทุน พอเกิดขึ้นมาแล้ว เราก็ทำกันเป็นทีมครับพี่ มีพี่แจ้ง Trip J มียัง Young มีบีม Beem Loei

Artboard 1 copy 8

กับทีมงาน Sweed Dreamz Records

RIN : Sweed Dreamz Records ต้องใหญ่กว่านี้ไหม ?

VKL : ใหญ่สิพี่ ต้องใหญ่ ผมกล้าพูดเลยว่า จะไม่บังคับศิลปินเลย อยากแต่งเพลงรัก เพลงอะไรก็แต่งไปเลย แต่ไม่ใช่ศาสนา รัฐบาลอะไรแบบนี้นะพี่ คนไม่เคยร้องก็มีร้องบ้างนิดนึง ก็มีคนคอยช่วยคุม คอยโปรดิวซ์ ค่ายนี้คือฝันอะพี่ Sweed Dreamz ฝันหวานให้มันเป็นจริงอะพี่

RIN : ย้อนไปเรื่องฮิพฮอพที่ถูกต้องนิดนึง ฮิพฮอพที่ถูกต้องที่ VKL คิดคืออะไร ?

VKL : เหมือนเพลงฮิพฮอพที่พอมีค่ายแล้ว ต้องมีการคุมว่าอย่ามีคำหยาบได้ไหม ซึ่งมันแบบถ้าพี่เป็นลิเก แต่พี่ห้ามใส่เพชร ห้ามใส่แหวนเพชร พี่ทำได้ไหม แค่นั้นเองที่ผมคิด ผมเลยอยากทำให้มันถูกต้อง ผมฟังต่างประเทศมา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเค้าถูกต้อง แต่ผมอยากเอาวัฒนธรรมเค้ามาปรับมาเป็นตัวของเรา เหมือนเรายังไม่เป็นตัวของเราแล้วทีนี้เค้าก็มาสั่งเราแล้ว ทำเป็นธุรกิจแล้ว มันคืออะไร เพราะฮิพฮอพมันคือความรู้สึกที่ออกมาของคน

RIN : คิดยังไงกับรายการ The Rapper กับ Show Me The Money Thailand ?

VKL : ผมก็แฮปปี้ที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะว่าเราไม่เคยเห็นรายการที่มีแร็พเปอร์ไปออกทีวี แต่เราก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากนะ เพราะรายการยังไม่ออกอากาศ แต่ SMTM ก็เคยดูแล้วแหละของเกาหลีฯ ก็ได้อยู่ครับ

RIN : เห็นทีมโปรดิวเซอร์ทั้งสองรายการแล้ว คิดว่าเอาอยู่ไหม จะทำให้กระแสฮิพฮอพในไทยดีขึ้นไหม ?

VKL : อาจจะเอาอยู่นะพี่ แต่ด้วยการทำเป็นธุรกิจ อาจจะเอาอยู่แต่ยังไม่ได้เป็นแนวที่ตัวเองเป็น แต่ต้องทำเอายอดคนดูก่อน

6

RIN : คุณพ่อหม่ำ เคยสนใจอยากมาช่วยไหม ?

VKL : เคยพี่เคย แต่ตอนนั้นผมเด็กอยู่ด้วย ตอนนั้นเค้าจะให้คนแต่งให้ไง เหมือนแต่งมาแล้วอะ มีวางสัดส่วนแร็พให้แล้ว ผมก็คิดในใจว่าคุณเคยแต่งฮิพฮอพหรอ คือว่าเอาเรื่องราวเหมือนเดิมตามที่เค้าต้องการก็ได้ แต่ผมอยากให้มันออกมาจากผมเอง ผมไม่ชอบให้ใครแต่งให้ผมอะพี่ ผมจะแต่งเอง ถ้าเค้าไม่โอเคก็ไม่เป็นไรพี่ เค้าก็ไม่ต้องร่วมงานกับผม อันนี้ความคิดส่วนตัวนะ แต่ศิลปินบางคนอาจจะไม่ได้คิดแบบผม ผมเริ่มมาจากศูนย์ ผมทำแบบนั้น ผมต้องทำด้วยตัวเองหมด มีครั้งนึงตอนผมไปอยู่แคนาดา ผมอยู่โฮมสเตย์ ผมมีมือถือมี DVD,PSP ทีนี้วันหยุด ผมไปอยู่กับพี่สาว แล้วโจรเข้าบ้านโฮมสเตย์ ขโมยของไปหมดเลย โฮมสเตย์เลยต้องรับผิดชอบ เค้าเลยให้เงินมา 500-600 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วตอนนั้นผมชอบ 2PAC, BIGGIE เลยคิดว่า “ทำเพลงดีไหมวะ” ก็ซื้อไมค์เลย ซื้อคีย์บอร์ดมา ซื้ออุปกรณ์มา ซื้อ M-Audio ซื้อ Logic Express มาด้วย ของจริงเลย ซื้อครบเลย

RIN : แล้วก็เริ่มทำเพลงเลย ?

VKL : อย่าเรียกว่าทำเพลงดีกว่า เรียกว่าสนใจดีกว่า ตอนนั้นมีครบเลย แต่พี่รู้ไหม ผมขาดอะไร ผมทำไม่เป็นพี่ !

RIN : เห้ย ! จริงปะเนี่ย คือซื้อมาก่อนงี้หรอ ?

VKL : จริงพี่ ฮ่าๆ ซื้อมาหมดเลย แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง คิดแบบเด็กไงพี่ ว่าเรามีตังค์ แล้วเราเลยซื้อมาก่อน แต่คือว่า พี่อย่าลืมนะว่ายุคนั้นยังไม่มียูทูป มันไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้ ผมเลยไม่รู้ว่าจะทำไง

RIN : แล้วทำยังไงต่ออะ พอทำไม่เป็น ?

VKL : ขายทีละอย่างเลย แล้วก็มาเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ แต่ผมก็หยุดไปช่วงนึงนะ เพราะว่าผมทำคอมพัง เลยเอาเครื่องอัดไปขายมาซ่อมคอม ผมก็เลยหยุดไป จนมาเจอคุณวีรชัย (Real B) ผมไม่เคยขอพ่อเลยนะพี่ อาจจะเห็นบั้งไฟ ฟิล์มในมิวสิควิดีโอ แต่อันนั้นผมไม่ได้ขอนะ อันนั้นสปอนเซอร์ ซึ่งในเรื่องเพลงผมไม่เคยขอพ่อเลย ผมมาด้วยตัวเอง ทุกอย่างไม่มีเลย มีแต่สร้อย Versace ที่พ่อซื้อให้ ผมจะใส่ขึ้นคอนเสิร์ตตลอด อันนั้นคือพ่อซื้อให้เป็น Accesories สำหรับ Artist เลย

16

RIN : แล้วจะมีผลงานเพลงกับพ่อไหม ?

VKL : คงไม่ใช่ช่วงนี้ครับพี่ คนพูดเยอะนะพี่ อยากให้ทำเพลงกับพ่อบ้าง ผมรู้ อยากทำอยู่ ไอ้เหี้ย ! ฮ่าๆ ให้ผมมีจุดยืนของตัวเอง ให้ผมเป็น VKL ก่อน ถ้าทำตอนนี้แล้วคือยังไง ? เกาะพ่อเหมือนเดิม ? ให้ผมเป็นตัวของตัวเองก่อน แล้วพ่อผมนะไม่ต้องห่วง ไม่ใช่แค่ฟีทครับผม จะมาเล่น MV ด้วยกันเลย

RIN : ในท่อนซื้อยโสธร (จากเพลง “ยโส”) คืออะไร ?

VKL : ในความรู้สึกผมนะ ผมเห็นแร็พเปอร์มีตังค์อะไรแบบเนี้ย มึงซื้อทองกัน มึงซื้อสร้อยกัน แล้วมึงไม่ซื้อบ้านเกิดมึงวะ มึงไม่เท่หรอ ผมไม่ได้หมายความว่าเอาเงินไปซื้อบ้านเกิดนะ หมายความว่าเราไปเทคแคร์บ้านเกิด เราดูแลคน ประชาชนของเรานั่นแหละพี่คือความหมาย ทุกคำของผมในเพลง มันเป็นแสลงของผมเอง ฟังแล้วอาจจะงงๆหน่อย

 

ให้ผมมีจุดยืนของตัวเอง ให้ผมเป็น VKL ก่อน ถ้าทำตอนนี้แล้วคือยังไง ?

เกาะพ่อเหมือนเดิม ?  ให้ผมเป็นตัวของตัวเองก่อน แล้วพ่อผมนะไม่ต้องห่วง ไม่ใช่แค่ฟีทครับผม จะมาเล่น MV ด้วยกันเลย

RIN : อยากให้ยโสธรเป็นยังไงในอนาคต ?

VKL : อยากให้พัฒนา มันก็ต้องพัฒนาตลอดอยู่แล้ว ถ้ามีศิลปินใหม่เกิดมาในยโส ก็พร้อทซัพพอร์ท สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้วพี่

RIN : เคยพูดถึง Rap is Now ไปในเนื้อเพลงนึง คิดยังไงกับเราตอนนี้ ?

VKL : ถามว่าที่ผมเขียนในเพลง “HI$O” ผมดิสรายการ Verse Up ของ Rap is Now รึเปล่า ใช่ ผมดิสครับตอนนั้น เพราะเราไม่ได้คุยกันแบบนี้ เคยน้อยใจครับที่เราไม่ค่อยได้คุยกัน ตอนนั้นผมพูดไปหลายๆ อย่าง แต่พอได้คุยกันก็เข้าใจแล้วครับ ตอนนี้ผมก็เคลียร์แล้ว พร้อมที่จะร่วมงานกัน

RIN : สุดท้ายนี้ฝากถึงผลงานหน่อย EP Over Control

VKL : ผมก็อยากให้คนได้ฟังหลายๆ แนวของ VKL ผมกล้าพูดเลยว่า EP นี้มันเปลี่ยนผมเป็น New VKL เลย แต่มันจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับคนฟัง มันคือ EP ที่เซอไพรส์คน ในที่นี้คือ อาจจะเซอไพรส์ในบางเพลงที่คุณชอบก็ได้ คือว่ามัน Over Control นี่คือเซอไพรส์ของผม ผมไม่ได้หวังว่าเพลงผมต้องอยู่บนท็อปชาร์จ ผมแค่ต้องการให้คนฟังแล้วแฮปปี้กับเพลงของผม ฟังแล้วอินไปกับตัวของผมมากขึ้น อย่างที่ผมบอกไปผมทำเพลงเล่าเรื่องราวของผมเอง ถ้าใครฟังแล้วชอบ ผมก็ขอบคุณแค่นั้นเอง

RIN : หลังจากนี้จะได้ฟังอัลบั้มเต็มไหม ?

VKL : คิดไว้อยู่สองอัลบั้มครับ แต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย จะให้มันดีเลยครับ ไม่ใช่แค่เพลงนะพี่ที่บอกว่าดี ผมอยากให้มัน Perfect สมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ ก็ต้องรออีกที
แต่ไม่ต้องห่วงพี่ ทำเพลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว ไม่หายแน่นอน ถ้าผมไม่ได้ทำเพลง ผมจะตายพี่ ทุกปีผมก็ปล่อยพ เดี๋ยวนี้ก็ปล่อยเยอะเหมือนเดิม แต่ไม่ถี่ เพราะก็มีศิลปินในค่ายด้วย ก็ต้องปล่อยให้เค้ามีผลงานปล่อยในแชนแนลด้วย

9

Comments