RINTERVIEW : เชียงใหม่>กรุงเทพฯ ชีวิตความเป็นอยู่และอนาคตของ 8GARAD

RINTERVIEW ที่ 2 ของปี 2018 เราได้โอกาสพูดคุยกับเดียร์ T-BIGGEST และแชมป์ 8BOTSBOYZ สองแกนหลักของ 8GARAD วงฮิพฮอพจากเชียงใหม่ กับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตในการเก็บกระเป๋าขนอุปกรณ์ทำเพลงทั้งหมดมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อหันเข็มทิศเข้าสู่การเลี้ยงชีพด้วยเพลงอย่างจริงจัง ไปคุยกับพวกเค้ากันเลย

DSC09354

คู่หูแกนหลักของ 8GARAD, 8BOTSBOYZ และ T-BIGGEST

RIN : ทำไมถึงตัดสินใจมาอยู่กทม. ?

8BOTSBOYZ : เพึ่งย้ายมายังไม่ถึงเดือนเลยครับ จริงๆ ที่เข้ากรุงเพราะคิดว่าต้องจริงจังแล้ว ก่อนหน้านี้เราทำที่เชียงใหม่มันก็พอทำได้นะ แต่ว่ายังขาดคอนเน็คชั่นต่างๆ รวมถึงพื้นที่ในการออกโชว์ เราจึงมากทม. เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น ซึ่งจริงๆ คนที่เชียร์ให้ผมมากทม.อีกคนก็คือ Younggu ผมก็เลยคุยกับเดียร์ T-BIGGEST ซึ่งก็มีความเห็นตรงกัน

T-BIGGEST : คิดมามานานแล้วว่า กทม.เป็นที่ทำงานของเรา แต่จริงๆ กลัวการมาที่นี่ แล้วคิดว่าจะไม่มาเลย เราก็เลยเสียเวลาอยู่ที่เชียงใหม่นานมาก เราก็เด็กต่างจังหวัดเลยคิดว่าค่าใช้จ่ายในกทม. มันแพง แต่ตอนนี้ชีวิตเราก็ดีขึ้นแล้ว สิ่งที่เราทำอยู่มันก็มีคนรู้จักบ้าง มีศิลปินที่เข้าหาเราก็ติดต่อคุยงานกันแต่พอเค้าทราบว่าเราไม่ได้อยู่กทม. เราก็เลยพลาดโอกาศที่จะร่วมงานกัน นี่แหละเหตุผลที่คุยกับแชมป์ 8BOTS แล้วตัดสินใจมา

8BOTSBOYZ : เมื่อก่อนผมก็คิดนะในมุมมองของเด็กต่างจังหวัดในการที่จะมาอยู่กทม. มันลำบาก แต่ผมก็เคยมาอยู่ตั้ง 2-3 เดือนจนปรับตัวได้แล้ว ผมจึงไม่ค่อยกลัวที่จะมา แล้วผมก็คุยกันกับไนซ์ (NICECNX) และ ฟอร์ด (FXRD) ว่าเราจะไปเริ่มใหม่กันที่กรุงเทพฯ สองคนนั้นก็ตั้งใจที่จะตามมาด้วย ผมกับเดียร์เลยตัดสินใจมากันก่อน

RIN : เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง ?

8BOTSBOYZ : ผมเรียน ป.โทครับ เรียนมาจนเหลืออีก 1 เทอม แต่ตอนนี้ผมเลิกเรียนเลย เพราะมันดร็อปไม่ได้แล้ว ผมเป็นคนชอบทำอะไรหลายๆ อย่าง จนตอนนี้ต้องเลือกทำสิ่งๆ เดียว มันเหมือนเป็นคานผมต้องชั่งน้ำหนักของสิ่งที่จะทำ ถ้าเข้ามากทม.แล้วยังทำไม่ได้ผมก็ไม่รู้แล้วต้องทำอะไรต่อ ผมเลยต้องทำให้ได้ มันต้องสำเร็จเท่านั้น

RIN : แล้วที่บ้านว่าไงบ้างครับ ?

8BOTSBOYZ : ตอนแรกแม่ผมไม่ให้เข้ามาเพราะผมอยู่กับแม่สองคน ผมมีพี่สาวอยู่กทม. ถ้าผมมาแม่ก็อยู่คนเดียว ผมก็หนักใจมาก แต่ว่าผมคุยแม่ว่าในช่วงที่ยังมีแรงอยู่ผมก็อยากจะมาดิ้นรนในแบบของเราก่อน ซึ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก็เข้าถึงแล้วก็คงไม่เหงาหรอก ก็ต้องใช้ Facetime อะไรกันไป

T-BIGGEST : ปกติผมทำงานเป็น Producer กับ DJ ผมก็เลยไม่ห่วงเรื่องงานเรื่องเงิน เพราะอยู่ที่นี่ผมมีงานเข้ามามากกว่าอยู่แล้ว
ผมรู้สึกว่ามันดีขึ้นมาก และที่บ้านก็ไม่ห่วงอะไรด้วย เพราะผมมีเงินส่งให้มากกว่าเดิมแน่นอน ตอนผมอยู่เชียงใหม่เงินที่เข้ามาก็มาจากกรุงเทพฯ อยู่ดี ครึ่งปีที่แล้วก็มีศิลปินเบอร์ใหญ่ขึ้นเข้ามาร่วมงานเรื่อยๆ

RIN : เบอร์ใหญ่นี่มีพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ปะ ฮ่าๆ ?

T-BIGGEST : เฮ้ยๆ ใช่ครับ พี่กอล์ฟก็ได้ติดต่อมา ผ่านทางพี่เอ็ม Nazesus พิธีกร RIN นี่แหละ

8BOTSBOYZ : เล็กสุดนี่เป็นใครดี ? MC-King มะ !!

T-BIGGEST & RIN : ฮ่าๆๆๆ นั้นมันไซส์ตัว !

T-BIGGEST : ครึ่งปีหลังที่มีงานมาจากกทม. เยอะอย่างที่บอก ซึ่งถ้ามีงานเข้ามาผมสามารถนั่งแท็กซี่ไปหาได้ ไม่ต้องนั่งเครื่องบินแล้ว มันสะดวกกว่ามากครับ

23550908_1608517995837950_9122555135355359403_o

8GARAD เป็นมากกว่าแค่วง

RIN : แล้ว 8GARAD จะเป็นยังไงต่อครับ ทั้งน้องๆ และเพื่อนที่อยู่ เชียงใหม่ ?

8BOTSBOYZ : คือตอนนี้พวกผมเหลือ 5 คนหลักๆ ผมก็มา 2 คน แล้วอีก 2 คน ไนซ์กับฟอร์ดจะตามมา

T-BIGGEST : มีอีกคนนึงแต่เค้าชอบทำงานมากกว่าก็คือ Bvse เค้าเป็นพนักงานอยู่ร้านรองเท้า ซึ่งความฝันของเขาไม่ได้รุนแรงเท่ากับเรา ซึ่งพอเราคุยกันก็เข้าใจเค้าครับ ส่วนเด็กสองคนไนซ์กับฟอร์ด เราก็ห่วงนะครับว่าจะอยู่ยังไงเรื่องเงินกับงาน ไนซ์ก็อยู่ปี 4 แล้ว ตอนนี้ก็ดร็อปเรียนแต่ก็สามารถกลับไปเรียนได้ ซึ่งตอนนี้เรื่องเพลงกับกระแสของไนซ์ก็มีรายได้ระดับหนึ่ง แต่กับฟอร์ดผมค่อนข้างห่วง เพราะน้องเพิ่งอายุ 19 เองครับ คงทำงานอะไรไม่ได้มากนอกจากงานบริการ จะไปอยู่ไปกินกับผมอะอยู่ได้แต่เรื่องเงินคงจะลำบากครับ

RIN : แล้วสถานะ 8GARAD ตอนนี้เรียกว่าแตกมั้ย ?

T-BIGGEST : ไม่แตกครับ เราสนับสนุนให้เปิดแชนแนลเดี่ยว เพื่อให้หาสไตล์ลายเซ็นของตัวเอง และรวมถึงรายได้ด้วย ภาพรวมมันเลยดูแตกๆ แต่ก็ยังช่วยกันโปรโมทอยู่เสมอ ส่วนเพลงของช่อง 8GARAD ก็จะเป็นเพลงใหญของทุกคน จะเป็นลักษณะวงมากกว่า

RIN : มีช่วงหนึ่งเห็น แชมป์โพสต์ถึงสังคมแร็พที่เชียงใหม่ รุนแรงอยู่ ?

8BOTSBOYZ : ความรู้สึกของผมนะ รู้สึกว่าตอนนี้พวกผมทำมาในระดับที่ไม่ต้องอายใครแล้ว ก่อนที่ผมจะโพสต์ผมก็คิดนะว่าในเชียงใหมไม่มีใครซัพพอร์ทเราจริงๆ หรอวะ แต่พอดังแล้วก็เริ่มมีคนเข้ามาหาเรา ผมเลยรู้สึกว่าสิ่งที่โดนมาตอนเด็กมันคืออะไร

T-BIGGEST : มันต้องย้อนกลับไปเมื่อก่อนที่เชียงใหม่ ค่อนข้างแยกกันเป็นทุนเดิม กลุ่มพวกผมก็จะไม่เข้ากับพวกผู้ใหญ่เลย ตอนอัลบั้ม 3 พวกผมตั้งชื่ออัลบั้มว่า maverick ที่แปลว่านอกรีต เหมือนเป็นการประกาศว่าพวกผมไม่สนใจใครเลย พวกผมทำของพวกผมเองได้ เพื่อนเราเยอะเราทำเองได้ ซึ่งปัจจุบันหลายๆ คนที่ไม่ค่อยได้สุงสิงกับเราก็กลับเข้ามาเอง คนที่เคยทะเลาะก็เข้ามาคุยดีด้วย คนที่ไม่เคยคุยก็เข้ามาบ้างเหมือนกัน

8BOTSBOYZ : สำหรับผม คือผมแข็งอะ ผมไม่สนใจหรอก ทุกคนในวงไม่ได้เป็นแบบผมนะ อย่างเดียร์ก็ยังทำงานกับหลายๆ คน

T-BIGGEST : ผมสามารถคุยได้กับทุกคนเลย แค่ผมพยายามมีช่องว่าง จริงๆ 8GARAD เราทำเพลงมาตั้งแต่ฮิพฮอพไทยยังไม่เป็นกระแสเหมือนตอนนี้เลย ซึ่งเราก็คิดนะว่าเราอาจจะทำให้หลายๆ คนกล้าออกมาทำเพลง แต่ก็อาจจะมีบางคนที่เค้าไม่ชอบพวกเรานะ ก็เคยได้ยินเค้าชมว่าสุดยอดเลย พวกคุณรันเชียงใหม่ แต่บางทีก็ได้ยินอะไรที่มันต่างกันมากก็มีครับ

8BOTSBOYZ : ก็เคยได้ยินเค้าบอกนะว่าแบบเด็กรุ่นใหม่มันเก๊ก ฮ่าๆ บางที่เรารู้สึกว่าเรากลัวแบบเหมารวมไปเลยนะ เวลาคนที่เชียงใหม่เข้าหาพวกเรา ผมเลยอคติไปเลย

RIN : นี่เลยเป็นอีกเหตุผลที่มากรุงเทพฯ รึเปล่า ?

T-BIGGEST : ครึ่งนึงครับ มันรู้สึกดีกว่าจริงๆ ตอนมาที่นี่วันแรกที่ยกของมา ผมรู้สึกว่าเดินเข้าหาแสงสว่างด้วยซ้ำ คุณคิดดูที่นู้นเรามีสตูดิโอนะ แต่ไม่มีคนเชียงใหม่มาอัดเลยมีแต่น้องๆ คนเชียงรายกับพะเยามา พวกพัทยาบอยยังแวะมาทำเพลงกับผมเลยนะ แต่คนเชียงใหม่ไม่เลยครับ

DSC09325

จากปัจจัยร่วมที่มีน้ำหนักพอจะทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายเข้าสู่เมืองหลวง

RIN : คาดหวังอะไรจากกรุงเทพฯ ?

8BOTSBOYZ : ผมมีเป้าหมายของผมนะ เราอยากเป็นระดับที่สูงกว่านี้ ไม่ถึงขั้นระดับไฮโซหรือดาราอะไรแต่ก็อยากให้มีคนรู้จักมากกว่านี้ ผมทำเพลงนะพูดเลยได้ว่าอยากดัง การเข้ามากทม. ผมก็มาเพื่ออยากมีชื่อเสียงกว่านี้

T-BIGGEST : ดังไม่ดังไม่รู้หรอก แต่ผมมาเพื่อโอกาส พูดแบบน้ำเน่าเลยนะโอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ และผมพร้อมมานานมากละ

8BOTSBOYZ : กูรอมึงมานานเกินนนนนน !!!!

T-BIGGEST : จริงๆ เหตุผลหลักก็สะดวกในการทำงานด้วย ตอนนี้ผมพร้อมมาก ผมอยากจะเหนื่อยกับเพลงมากเลยนะ

8BOTSBOYZ : ให้เวลาสัก 5 ปี ตอนนี้อายุ 27 ถ้า อายุ 33 ยังไปไม่ถึงไหนเราต้องคิดละว่ายังจะสู้อยู่ไหม

RIN : สุดท้ายเราก็เลยจะมารวมกลุ่มที่กทม. ใช่มั้ย ?

8BOTSBOYZ : อยู่นี่หลายๆ อย่างมันดีกว่า ผมว่ามันก็เป็นเรื่องดีกว่าที่จะอยู่ที่เดิม เพราะทุกๆ อย่างที่เราต้องการอยู่ในกทม.ทั้งหมดเลย แต่ด้วยความยากของกทม. และการแข่งขันมันอยู่ในระดับสูง การจะขึ้นเป็นระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ มันยากมากเลยนะ พอมากรุงเทพพวกผมกลายเป็นเด็กเล็กๆไปเลย ซึ่งตรงนี้ผมชอบมากเพราะมันได้แข่งกับตัวเอง

T-BIGGEST : มันมีกำลังใจเล็กๆ ด้วย อย่างคนมาขอถ่ายรูปเนี่ยอยู่ที่นู้นผมเป็นคนธรรมดาเลย ผมเป็นไอ้อ้วนคนนึงอะ แต่อยู่นี่ผมไปเดินเล่นอยู่ในโลตัสยังมีคนมาขอถ่ายรูป มันก็เป็นกำลังใจให้เราได้ด้วย มันก็เหมือนว่าคนเค้าตามผลงานเราจริงๆ เพราะเราเด่นในบทบาทโปรดิวเซอร์ด้วย ซึ่งส่วนตัวอยากเป็นแร็พเปอร์นะ อยากลองดูสักตั้งว่าประเทศนี้คนอ้วนไม่ดังจริงๆ หรอ มันก็เป็นการท้าทายตัวเองด้วย

16177493_1409913722386557_8495532515443300723_o

การเข้ามาหารายได้ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ

RIN : รายได้ก่อนเข้ามาเคยคำนวณไหมว่าจะต้องได้เท่าไหร่ ?

8BOTSBOYZ : ผมติดต่อกับ Younggu ไว้ละเรื่องงาน MC ผมทำมาก่อนอยู่แล้ว ก็มารู้จักกับพีท Younggu เค้าก็ช่วยพาผมไปได้งาน ซึ่งตอนนี้ก็มีแค่งานเดียว ผมก็ต้องเซฟๆ ตัวเองก่อนละ งานผมไม่แน่นอน

T-BIGGEST : ผมสบายใจกว่าเพราะผมได้เงินเยอะกว่าที่เชียงใหม่อยู่แล้ว เอาง่ายๆ ที่นี่ผมเปิดเพลงแค่ 4 ชม. ผมได้ค่าห้องละนะ ด้วยค่าครองชีพที่กรุงเทพฯ มันสูงจริงๆ แต่ค่าจ้างผมก็เยอะนะเว้ย balance กว่าอยู่เชียงใหม่

8BOTSBOYZ : ผมเคยได้มากสุด 500 บาทในคืนนึง แต่เราก็ผ่านมาละก็ไม่เป็นไร

16179759_1409850502392879_5959138207048162163_o

ประสบการณ์จากเชียงใหม่ ก็น่าจะช่วยให้พวกเค้าตั้งตัวได้เร็วขึ้น

RIN : คาดหวังมั้ยว่าจะมีงานเข้ามา ?

8BOTSBOYZ : คาดหวังมาก ต้องมากกว่าเชียงใหม่ และต้องมีแน่นอนในปีนี้ เพราะสถานะของฮิพฮอพเชียงใหม่มันยังไม่ดีเท่ากรุงเทพฯ อย่างน้อยแฟชั่นที่นี้ก็ดีกว่ามาก

RIN : แล้วมีแผนอะไร ทิศทางวงจะเป็นยังไงต่อ ?

T-BIGGEST : ไม่มีกำหนดแน่นอน แต่ก็ไม่หายไปแน่นอน

RIN : คิดว่าการมาอยู่กทม. ที่มีการแข่งขันสูง เราจำเป็นต้องทำมีแผนอะไรเพิ่มมั้ย ?

8BOTSBOYZ : เราคิดว่าขอผ่านเดือนนี้ไปเราก็น่าจะเห็นภาพของ 8GARAD มากขึ้น ผมคิดว่าทุกคนจะมีคาแร็คเตอรมากขึ้น แล้วอาจจะเห็นภาพลักษณ์ของทีมมากขึ้นด้วย ยอมรับว่าภาพวงเรายังไม่ชัด

DSC09355

ปี 2018 อาจจะไม่ได้ยินเพลงรักจาก 8GARAD

RIN : แล้วแนวเพลงของเราในปี 2018 ล่ะ ?

8BOTSBOYZ : ตอนนี้ผมกำลังจะ back to the old school อยู่ครับ

T-BIGGEST : แต่ถ้าเอาจริงๆ ผมพูดออกเกือบทุกสื่อว่าผมทำเพลงตามกระแส เราอยู่กับกระแส แบบช่วงปีก่อนกระแส GANG มา เราก็ทำ แต่ตอนนี้แก๊งเกลื่อนละเราก็เลิกทำ เราจะทำอย่างอื่น แต่ไม่ทำเพลงรักแน่นอน ผมจะอ้วกแล้ว นั่งเคาะบีทแต่เพลงรัก

8BOTSBOYZ : ตอนนี้รู้สึกว่าผมต้องกลับไป old school ตอนนี้ trap แม่งเยอะมากๆ แต่ก็ไม่ผิดนะ แต่ผมรู้สึกว่าเราต้องกลับไปแร็พ ผมว่าตอนนี้มันผลิตซ้ำกันมาก เราต้องหนี ไม่งั้นเราคงเหมือนๆ กัน เอกลักษณ์จะไม่มี ผมยังบ่นตัวเองเลยไล่ฟังเพลงตัวเองอะไรวะเนี่ยกูไม่ได้แร็พเลยหรอ แล้วลองกลับมาทำแร็พดู เฮ้ย ! ผมเขียนไม่ได้เลย ติดเมโลดี้มาตลอด ซึ่ง 2018 จะเห็นผม แร็พมากขึ้นแน่นอน

RIN : ถ้าไปมองเทรนด์โลกตอนนี้ เค้ามองว่าสายแร็พเนื้อหาจะกลับมา

T-BIGGEST : มันน่าจะวนแค่ 3 ยุค ใช่ไหม 80′, 90′, 2000

RIN : และ 8GARAD จะยังอยู่ในกระแสตลอดเวลามั้ย ?

T-BIGGEST : เพลงรักคงพอก่อนอาจจะไม่เห็นนางเอก MV สวยๆ พักนึง ฮ่าๆ

RIN : ขอนอกเรื่องหน่อย ไปหานางเอกมาจากไหนวะครับ ?

8BOTSBOYZ : คนเชียงใหม่ครับ มหาลัยเลย ผมกับไนซ์ก็อยู่ มช. คอนเน็คชั่นก็เยอะหน่อย ก็ชวนๆ กันมาได้ การชวนแต่ละครั้งเค้าก็ยังงงๆ อยู่ เค้าคิดว่าเราไม่ได้อยู่ในระดับประเทศ แต่พอชวนมาแล้วเค้าก็โอเคเพราะงานเราดี ส่วนมากก็รู้จักกันเอง น้องเค้ารู้จักว่าเราแค่ทำวง บางคนไม่เคยฟังหรอก

RIN : แล้วพอเราปล่อยไปเพลงล้านวิวทั้งนั้นเลย

8BOTSBOYZ : ก็เคยแซวเล่นๆว่า เป็นไงบ้างนางเอก MV สุดสวย หลายคนก็บอกว่าโดนเด็กตามแอดเยอะเหมือนกัน คนตามมาจากไหนเยอะไปหมด

T-BIGGEST : บางคนเค้าปิดรับแอดเพื่อนเลย

RIN : ทีมโปรดักชั่นที่ใช้มาจากไหน ?

8BOTSBOYZ : ทีมใน 8G ทั้งนั้นเลยครับ มันบังเอิญไปเล่นกล้องเราก็เลยลองมือเพื่อนเลย คนนี้เป็นยุคก่อตั้งเลย ชื่อหนุ่ม DJ Speedy ผมบอกไปตั้งแต่แรกว่าผมจะทำกันเองโดยไม่พึ่งคนอื่น เราไม่มีของอะไรหรอก แต่เราเชื่อในเพื่อนมากกว่าไปเชื่อคนอื่น แล้วเราก็โตไปด้วยกันจนเป็น 8GARAD ผมรู้สึกว่ามันมี power มาก ผมก็ภูมิใจนำเสนอ

RIN : แล้วหลังจากนี้พอมาอยู่กรุงเทพฯ โปรดักชั่นของ 8GARAD จะเป็นยังไง ?

T-BIGGEST : ถ้าเอาจริงๆนะผมจะออกค่าเครื่องบินให้มันเลย แล้วก็จ้างมันทำเลยด้วย

8BOTSBOYZ : เอาความรู้สึกของผมนะ ผมติดที่จะทำกันเองมากกว่า มันเหมือนเพื่อนที่เรียนห้องที่เดียวกันมา ลองใจกันมา มันเลยจุดของคำว่าเพื่อน จนกลายเป็นแบบว่าถ้าเพื่อนกูผิด กูก็จะปกป้องเพื่อนกูอะไรแบบนี้เลย

DSC09362

ปี 2018 ก็ต้อง 8GARAD สิวะ

RIN : ปี 2018 จะเป็นยังไง แล้วสิ้นปีนี้จะเป็นยังไง

8BOTSBOYZ : ปี 2018 ก็ต้อง 8GARAD ดิวะ !!!

T-BIGGEST : ผมไม่มั่นใจว่าจะได้ขนาดนั้นมั้ย แต่ผมก็เอาจริงอะ

RIN : ฝากถึงวงอื่นๆ บอกเค้าหน่อยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?

T-BIGGEST : ระวังนะพวกมึงอะ

8BOTSBOYZ : ควยไร !! ล้อเล่นๆๆ ฮ่าาาาาา มันไม่ได้แข่งกับใครหรอกมันแข่งกับตัวเอง ถ้ายังไม่มีชื่ออะไร มันคงถึงจุดที่เหนื่อยแล้วอะ แต่พูดเฉยๆ นะผมจะทำต่อไปแหละ ถ้าตอนนี้ไม่มีใครจ้าง ผมก็จะดันตัวเองนี้แหละ โปสเตอร์งานต้องมีชื่อ 8GARAD ไม่กลัวหรอกตอนนี้ พร้อมเซ็ทเพลงใหม่ พร้อมงานที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะตลาดมันเริ่มรองรับแล้ว เราจะได้เห็น 8GARAD ตามงานมากขึ้นครับ

Comments