ดราม่า Mixtape วัฒนธรรมฮิปฮอปที่ถูกบิด กับข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ที่ถูกเบือน

จากกรณี “แค่โสด” เพลงใต้ดินที่โด่งดังในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา และกลายเป็นประเด็นดราม่ากันสนั่นโลกออนไลน์ เมื่อเพลงนี้นำบีทเพลง Fiction ของศิลปินเกาหลี BEAST มาใส่เนื้อร้องใหม่ในแบบภาษาไทยลงไปแทน ทำให้เกิดกระแสต่อต้านและเรียกร้องหาความถูกต้อง ซึ่งก็เกิดคำถามกันขึ้นมาว่าคำว่า “Mixtape” ที่เขาเขียนระบุลงไปในคลิปนั้น มันมีความหมายว่าอะไร และมันละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

ซึ่งเราก็ต้องอธิบายแบบสั้นๆ ให้เข้าใจกันก่อนว่า Mixtape นั้นมาจากฝั่งอเมริกาในยุคกำเนิดฮิปฮอป เดิมทีหมายถึง การที่ดีเจในยุคนั้นนำเพลงหลายๆ เพลงที่ตนเองมิกซ์ มาบันทึกลงในเทปคาสเซ็ตต์หรือซีดีเพื่อรวบรวมผลงานของตัวเองไว้ฟัง ก่อนที่ Mixtape จะมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เมื่อมีการผสมเสียงร้องลงไปในบีทของศิลปินอื่น ทำให้ได้รับความนิยมในช่วงกลางยุค 90 จนกลายเป็นวัฒนธรรมสำหรับแร็พเปอร์ใต้ดินที่ทำ Mixtape เพื่อโปรโมทตัวเอง[1] สู่การเป็นศิลปินอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรีต่อไป

สำหรับฝั่งไทยนั้น Mixtape เข้ามาในต้นยุค 2000 เมื่อ Thaitanium เริ่มทำ Mixtape Vol.1 ทั้งนี้ด้วยบริบทของฮิปฮอปไทยที่ยังไม่มีดีเจมากนัก ทำให้ Mixtape ยุคแรกจึงเป็นการที่แร็พเปอร์นำบีทจากศิลปินอื่นมาแร็พด้วยเนื้อร้องของตนเองลงไป ซึ่งเป็นวิธีการที่ยังนิยมกันอยู่ในปัจจุบัน ถึงอย่างนั้นก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อมีโปรดิวเซอร์ฮิปฮอปและแร็พเปอร์รุ่นใหม่ เริ่มหันมาสนใจและพัฒนาด้านการทำดนตรีเองแล้ว

mixtape1

Thaitanium Mixtape Vol.1 จุดกระแสให้แร็พเปอร์ไทยที่ทำเพลงใต้ดินในยุคนั้น

เมื่อมาดูในรายละเอียดของด้านลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 จะมีมาตราที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคำว่า Mixtape อยู่หลายข้อซึ่งเราสรุปได้ว่า

Mixtape นั้นอยู่ในข่ายของการ “ดัดแปลง” งานดนตรีกรรม
ซึ่งเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และไม่สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้
แต่ในข้อจำกัดนี้ก็มีข้อยกเว้นบางประการที่ทำให้แร็พเปอร์หรือศิลปินสมัครเล่นสามารถทำผลงานได้โดยไม่แสวงหาผลกำไร[2]

จากวัฒนธรรมฮิปฮอปดังกล่าวที่เรารับกันมานั้น ก็มีจุดประสงค์ชัดเจนว่า Mixtape เป็นการรวบรวมผลงานของตนเองเพื่อประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่เมื่อเทคโนโลยีที่เข้ามามากขึ้นการเผยแพร่ผลงานทำได้ง่ายจึงเกิดการนำผลงานเหล่านั้นมาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต จนคำว่า Mixtape ถูกบิดเบือนไป

เทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้เรามีช่องทางเผยแพร่งานดนตรีมากขึ้น Mixtape จึงถูกเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์สู่สาธารณชนผ่าน Youtube แทนในลักษณะของวิดีโอเสียง ซึ่งทาง Youtube เองก็จะมีมาตรการป้องกันผลงานลิขสิทธิ์ด้วยระบบ Content ID ที่ดึงข้อมูลมาจากพาร์ทเนอร์ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้านภาพและเสียงมาเพื่อตรวจจับ และเมื่อมีการจับเจอเพลงที่ใช้ดนตรีที่มีลิขสิทธิ์ ก็จะมีการแจ้งเตือนให้แก่ผู้ทำการดัดแปลงงานนั้น และค่ายเพลงหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ก็สามารถลบคลิปหรือปิดเสียงจนถึงการดึงรายได้ออนไลน์กลับสู่ตนเองได้ทันทีเช่นกัน[3] 

สำหรับการนำบีทเพลงจากต่างประเทศมาใช้เพื่อแสวงหาผลกำไร ก็นับเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์เช่นกัน เพราะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในภาคีนี้ด้วย เมื่อแร็พเปอร์นำงานที่มีลิขสิทธิ์มา “ทำซ้ำ” หรือ “ดัดแปลง” ในลักษณะ Mixtape หรือ Remix ก็ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดนี้เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นดังเช่นกรณีของ “วงมหาหิงค์” ที่ได้ไกล่เกลี่ยกับทาง Warner Music Thailand ไปแล้ว ซึ่งมีการปรับเงินกันไปตามที่เป็นข่าว[4]

จากวัฒนธรรมฮิปฮอปฝั่งอเมริกาที่วางรากฐานให้ทั้งโลก เราหันมามองความเป็นจริงทุกวันนี้ที่ว่าแร็พเปอร์ใต้ดินหลายประเทศยังสร้างผลงานด้วยการทำ Mixtape กันอยู่ เนื่องจากบริบทในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เราสามารถพบเห็นบีทเมกเกอร์ประจำแก๊งฮิปฮอปได้ในประเทศที่ฮิปฮอปได้รับการยอมรับแล้วอย่างอเมริกาหรือเกาหลีใต้ แต่ในประเทศไทยนั้นตลาดเพลงฮิปฮอปยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง ทำให้บุคลากรสายโปรดิวเซอร์ที่สามารถสร้างผลงาน Original ได้เองจนถึงการให้ความรู้แก่ผู้อื่น ยังมีไม่มากพอและไม่ชัดเจนในเรื่องของรายได้ที่จะเลี้ยงชีพ

16665862_1278709092221328_7817780607589327400_o

รายชื่อ 8 โปรดิวเซอร์ ที่ทำบีทแร็พแบทเทิลในการแข่งขัน Rap is Now TWIO3

ทางออกของแร็พเปอร์ที่อยากสร้างผลงานจึงหนีไม่พ้นการทำ Mixtape เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาออกมาในเพลงแร็พ ซึ่งในวงการฮิปฮอปไทยยอมรับกันได้ ขอเพียงมีการให้เครดิตเจ้าของเพลงอย่างชัดเจนว่านำบีทมาจากเพลงใด และหลีกเลี่ยงการนำไปแสวงหารายได้จากงานดังกล่าว สำหรับอนาคตของ Mixtape ในวงการฮิปฮอปไทย จะเป็นไปในทิศทางใดก็ขึ้นอยู่กับแร็พเปอร์และเหล่าโปรดิวเซอร์รุ่นใหม่ๆ ที่จะมีพัฒนาการด้านทักษะการทำดนตรีกันได้รวดเร็วขนาดไหน

ซึ่งในปัจจุบันก็เริ่มมีหลายคนหันมาทำเพลงด้วยบีทลิขสิทธิ์ทั้งจากการทำเองและการจ้างผลิต ด้วยผลงานจากโปรดิวเซอร์ไทยและต่างชาติ สังเกตได้จากจำนวนเพลงฮิปฮอปที่เริ่มมีให้ฟังในออนไลน์สตรีมมิ่ง เช่น JOOX, Apple Music ฯลฯ

การมีรายได้จาก Youtube ก็เป็นอีกหนึ่งข้อดีสำหรับการทำเพลง Original
ซึ่งช่วยให้ศิลปินอิสระหลายคนเลี้ยงชีพได้
ส่งผลให้บุคลากรในวงการมีมาตรฐานสูงขึ้น
และปัญหา Mixtape กับการละเมิดลิขสิทธิ์ก็จะลดลงอย่างแน่นอน

Screen Shot 2017-04-16 at 4.12.08 PM

Ben Bizzy แร็พเปอร์จากขอนแก่น จากกลุ่ม 93Flow ออกผลงาน original จนได้รับการยอมรับ

Screen Shot 2017-04-16 at 4.13.01 PM

กลุ่ม Way Up High ที่มี เจ้าพระยา ทันยุค และ Dif Kids เป็นสมาชิกหลัก สร้างผลงานของตัวเองต่อเนื่อง


อ้างอิง
[1] https://en.wikipedia.org/wiki/Mixtape

[2] http://climate.tmd.go.th/media/copyright_th.pdf

[3] https://support.google.com/youtube/answer/2797370?hl=th

[4] http://music.sanook.com/2378565/