บินไปดูฮิพฮอพอินดี้ในเทศกาลดนตรี Laneway Festival Singapore 2018

2018 เป็นอีกปีที่ได้ไปเที่ยวดูเทศกาลดนตรีที่สิงคโปร์ St.Jerome’s Laneway Festival Singapore 2018 ที่ติดใจจากบรรยากาศความมันส์ในปีที่แล้ว ทำให้ปีนี้ผู้เขียนซื้อตั๋วเครื่องบินตั้งแต่งานประกาศวันจัดงานคือ 27 มกราคม ปี 61 ซึ่งเมื่อไลน์อัพประกาศก็ตื่นเต้นตั้งแต่ตอนนั้น เพราะปีนี้ได้เห็นชื่อของ Anderson .Paak แร็พเปอร์ที่มากความสามารถสุดๆ คนนึงในยุคปัจจุบัน ที่มีวงแบ็คอัพพ่วงมาด้วยเป็น Anderson .Paak & The Free Nationals ซึ่งพวกเค้าคือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่อยากไปดูในงานนี้

ข้ามจากวันที่รู้ไลน์อัพงานมาวันงานเลย เพราะระหว่างนั้นเราก็หาข้อมูลศิลปินอื่นๆ มาพอที่จะวางเส้นทางตัวเองในการขยับตัวไปสองพื้นที่ของงาน โดยปีนี้เวทีเหลือเพียง 3 เวที จากที่ปี 2017 มี 4 เวที ซึ่งไลน์อัพฮิพฮอพหลายๆ คน ไปรวมอยู่ที่ Cloud Stage เวทีเดี่ยวที่แยกตัวอยู่ในสวนอันใหญ่โตของพื้นที่จัดงาน The Meadow, Gardens by The Bay ส่วนเวทีหลักสองเวที Garden Stage และ Bay Stage ก็ตั้งอยู่ที่เดิม เข้างานมานิดเดียวก็ไปจองพื้นที่หน้าเวทีได้เลย

website-map

แผนที่ภายในงานพร้อมตำแหน่งต่างๆ

วันเสาร์ที่ 27 ม.ค. ผู้เขียนเดินทางจากที่พักในย่าน Jalan Besar ต่อรถไฟ MRT มาขึ้นที่สถานี Bay Font แล้วเดินเท้ามาอีกไม่นานก็ถึงที่จัด ซึ่งตรงนี้มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อยากไปว่า ถ้าหากคุณเป็นสายที่ต้องดูคอนเสิร์ตแบบกรึ่มๆ คุณควรซื้อเบียร์ที่ 7-11 ตรงสถานีรถไฟติดไป แล้วเผาหัวกันตั้งแต่กลางวันเลย (ร้านค้าที่สิงคโปร์ขายเบียร์ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มครึ่ง) สำหรับผู้เขียนที่ตั้งใจไปงานตั้งแต่เที่ยง ก็จัดการเผาไปกระป๋องยาวหมดพอดีถึงหน้างานท่ามกลางแดดที่เปรี้ยงขัดกับพยากรณ์ที่ดูมาล่วงหน้าว่าฝนจะตกสุดๆ

Laneway_180202_0018

พื้นที่หลักจะมีสองเวทีติดกันคือ Garden Stage และ Bay Stage

ไม่รอช้า ถึงหน้างานเอาบัตรที่ปรินท์มาโชว์แล้วรับริสแบนด์เข้างานเลย เพราะตั้งใจไปดูศิลปินคนแรก Alextbh สาย electronic R&B ชาวมาเลเซีย ที่ถือธง LGBT มาประกอบในโชว์ของเค้าด้วย ซึ่งผมลิสต์ไว้เป็นเรื่องนึงที่ต้องไปตามอ่านประวัติเค้าต่ออีก เวลาตอนนั้นแดดกำลังส่งความร้อนมากลางงานเลย แต่เราก็เห็นผู้ชมหลายคนมาปูผ้านั่งดูกันกลางสนามหญ้าแล้ว ซึ่งหลังจากดูคนนี้จบผู้เขียนก็รีบเดินทะลุสวนเพื่อไปเวที Cloud Stage ที่อยู่ข้างใน และต้องเดินมากกว่าปีที่แล้ว เพราะงานเค้าย้ายตำแหน่งของเวทีนี้ลึกเข้าไปอีก โดยวงที่ได้ดูวงถัดไปคือ HEALS วง alternative rock จากอินโดนีเซีย ที่จริงๆ เค้าจะมีชื่อเรียกแนวนี้ว่า Nu gaze อีกที (คำอธิบายแนวนี้ไปหาอ่านเพิ่มเอานะ) ซึ่งเดินไปทันแค่เพลงท้ายๆ แล้ว เพราะจริงๆ จะไปรอวง Amateur Takes Control วง instrumental rock เจ้าบ้าน หลังจากนั้นเรามุ่งกลับมาฟังเพลงท้ายๆ ของวง Obedient Wives Club ที่เวที Garden Stage ต่อด้วย The Ransom Collective ซึ่งระหว่างรอดูวงอื่นๆ ต่อไป เราก็ได้ไปหาอะไรกินในบริเวณโซนอาหาร ที่ขอบอกไว้ที่นี่ว่า แพง ! ฮ่าๆ คือจากราคาอาหารและเครื่องดื่มที่สิงคโปร์จะแพงกว่าบ้านเรา ในงานมิวสิคเฟสติวัลแบบนี้ยิ่งแพงเข้าไปอีก อาหารมื้อนึงตกอยู่ที่ 12 S$ ดอลลาร์สิงคโปร์ ลองคูณเงินไทย 24 บาทดูก็ได้ T_T น้ำตาจะไหล เบียร์แก้วนึง 10 S$ เลยนะ

website-playtimes

ตารางเวลาการโชว์ของทั้ง 3 เวที

การเริ่มต้นด้วยแนวอื่นๆ ก่อนฟังศิลปินฮิพฮอพทำให้เราตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะงาน Laneway Festival นั้นเป็นเทศกาลดนตรีอินดี้ ศิลปินฮิพฮอพที่เป็นไลน์อัพงานนี้ก็จะไม่ได้เป็นสายแมสอย่างที่อื่นเขา ซึ่งศิลปินที่ใกล้เคียงกับฮิพฮอพที่เรารอฟังคนแรกคือ Billie Eilish สาววัย 16 ปีที่ดูโตเกินตัว (เพิ่งมารู้อายุทีหลัง) ซึ่งเธอศิลปินที่เด็กที่สุดในงานนี้ โดยเธอเคยฟีทเพลงกับ Vince Staples แร็พเปอร์อเมริกันมาแล้วในเพลง “&burn” และโชว์ของ Billie Eilish ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ศิลปินอายุเพียง 16 ปี แต่มีพลังและเสน่ห์บนเวทีมากมาย พร้อมทั้งความสามารถทั้งการร้อง การเคลื่อนที่บนเวที แล้วยังเอาอูคูเลเล่มาเล่นได้อีก ซึ่งในโชว์นี้คนดูก็พร้อมใจกันโดดในเพลง “COPYCAT” แบบสุดมันส์

Laneway_180202_0038

คนแน่นมาก Billie Eilish

หลังจากกรี๊ด Billie ไปแล้วเราก็เตรียมพบกับวงที่เตรียมตาเตรียมหูมาฟังอีกวงก็คือ The Internet พวกเค้าเคยมาที่นี่แล้วเมื่อปี 2016 และปีนี้ก็กลับมาอีก ซึ่งเวลาห้าโมงตอนนั้นคนก็เต็มพื้นที่งานไปหมดแล้ว ต้องบอกว่าวงนี้เป็นวงที่อยู่ในกลุ่ม Odd Future กลุ่มเดียวกับแร็พเปอร์ดังอย่าง Tyler, The Creator, Earl Sweatshirt โดยมีแกนหลักของวงที่หลายคนรู้จักก็คือ Syd กล่าวมาขนาดนี้ต้องบอกว่าคาดหวังสุดๆ กับ The Internet แต่ก็มีเหตุขัดข้องเกี่ยวกับการซาวด์เช็คของวงซะอย่างนั้น เพราะเราจะเห็นสมาชิกวงพยายามฟังเสียงและส่งสัญญาณให้ sound engineer ปรับอยู่นานแต่ก็เหมือนไม่ลงตัวเท่าไหร่ ทำให้โชว์ของพวกเค้าเริ่มช้ากว่าที่ควรจะเป็นเกือบ 20 นาที และดูเหมือนปัญหาเรื่องซาวด์ยังไม่เรียบร้อย เพราะผู้เขียนยืนอยู่ในโซนหน้าเวที และได้ยินระดับเสียงที่ยังไม่คงที่ เหมือนมีการปรับอีกด้วยขณะที่วงเล่นอยู่ แต่ด้วยประสบการณ์ของ Syd เธอก็ทำหน้าที่ฟรอนท์แมนได้เป็นอย่างดี ในการชวนคนดูโยก โบกมือ ในจังหวะของเพลงต่างๆ จนคนดูสนุกไปกับโชว์ แต่สุดท้ายด้วยเวลาที่เลทมาแล้วก็ทำให้วงต้องตัดเพลงบางเพลงออกไป เพราะหลังจากที่วงประกาศว่าถึงเพลงสุดท้าย ก็มีเสียงฮือแบบผิดหวังจากคนดู ซึ่ง Syd เองก็พยายามบอกว่า “I Know, I Know” ก่อนที่จะเล่นเพลงสุดท้ายแล้วปลอบใจคนดูด้วยการบอกว่า แล้วเราจะกลับมาอีกสิงคโปร์ เรียกเสียงปรบมือก่อนจากไป

Laneway_180202_0046

The Internet กลับมาสิงคโปร์เป็นรอบที่ 2

ระหว่างนั้นที่เวทีหลัก Mac DeMarco กำลังเล่นอยู่ ผู้เขียนก็ได้ปลีกตัวมาโซนอาหารเพื่อหาข้าวเย็นกิน ซึ่งวางแผนจะไปต่อที่ Cloud Stage เพื่อดู Loyle Carner แร็พเปอร์หนุ่มจากอังกฤษ แต่ปรากฎกว่าร้านข้าวที่ไปซื้อดันมีคิวเยอะมากๆ ทำให้เสียเวลาไปกับการรอข้าวที่สุดท้ายไม่อร่อย ฮ่าๆ ไปเกือบครึ่งชั่วโมง ทำให้ไปถึงทันได้ฟัง Loyle แค่ 3 เพลงสุดท้าย แต่แค่นั้นก็พอที่จะรู้ว่าโชว์ของ Loyle Carner มันส์มากๆ ศิลปินปลดปล่อยพลังได้สุดๆ จังหวะของเพลงพาคนดูโยกตามได้ทั้งโชว์ ถึงจะมีปัญหาเรื่องเสียงเล็กน้อย เจ้าตัวก็ขอโทษขอโพยแล้วอธิบายว่า สภาพอากาศที่ร้อนทำให้อุปกรณ์ขัดข้องนิดหน่อย ซึ่งเราเข้าใจเพราะปีนี้แดดแรงมากๆ ฝนไม่ตกเลย และที่สำคัญเรายังได้ดู Loyle Carner แถมฟรีสไตล์โนบีทให้ฟังแบบเน้นๆ เพราะเค้าประกาศให้ทุกคนประทับใจว่า “นี่คือโชว์ที่มันส์ที่สุดของผมในชีวิตเลย ผมไม่มีเพลงจะเล่นแล้ว แต่ผมจะฟรีสไตล์อะแคปเปล่าให้ฟัง” และเค้าก็ปิดท้ายโชว์ไปพร้อมเสียงโห่ร้องชื่นชมจากคนดูทั่วบริเวณ

หลังจากหมดพลังไปเยอะในการเดินไปเดินมา ตอนค่ำผู้เขียนมาปักหลักอยู่ที่ Garden และ Bay Stage เริ่มด้วย Wolf Alice ต่อด้วย Slowdive ที่ขณะนั้นต้องเริ่มเบียดไปยืนหน้าเวที Garden แล้ว เพราะว่าวงต่อไปคือ Anderson .Paak & The Free Nationals วงที่ตั้งใจมาดูที่สุดในงานนี้เลย ทันทีที่ถึงเวลา (ซึ่งล่าช้ามาเล็กน้อยตามตาราง) คนดูก็อัดแน่นแบบสุดๆ แทบจะไม่มีที่ให้โยกแล้วในโซนหน้าเวที

ทันทีที่บนจอยิงวิชวลโลโก้ศิลปิน ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่น แล้วเมื่อ The Free Nationals ประจำที่ทุกคนก็จับจ้องว่า Anderson แกจะเปิดตัวท่าไหน ปรากฏว่าเป็นการขึ้นมายืนบนแท่นแล้วชูมือยิ้มกว้างเลย สักพักก็เข้าจังหวะเริ่มเพลง แต่ ! ปัญหาเรื่องซาวด์ก็กลับมาอีก เพราะได้ยินเสียงช็อตจากลำโพงที่ทำให้ทุกอย่างเงียบหมดเลย บนเวทีศิลปินก็ชะงักกันหมด แล้วทีม stage ก็เรียกศิลปินกลับเข้าไปข้างในก่อน ซึ่งก็แอบคิดถึงงาน Rap is Now TWIOV3 เหมือนกัน ที่มีจังหวะเครื่องเสียงช็อตแล้วดับไป ฮ่าๆ

Laneway_180202_0069

เข้ามาได้ใกล้สุดแค่นี้เอง คนแน่นมากๆ

Anderson .Paak ในกระแสหลักก็น่าจะคุ้นชื่อแกจาก XXL Freshmen 2016 ที่ได้โชว์ cypher ในชุดเดียวกับ Desiigner และ Lil Dicky โดยอัลบั้ม Malibu คือเซ็ทเพลงที่ทัวร์ในขณะนี้ ซึ่งก็ได้วงแบ็คอัพคือ The Free Nationals มาร่วมทางด้วยตลอด สำหรับสไตล์ของ Anderson ต้องบอกว่าคนละสายกับ trap hip-hop ปัจจุบันมากๆ เพราะด้วยความเป็น instrumental live band แกมีทั้งการผสมผสานของ Hip-Hop, Soul, R&B, Funk โชว์ที่ผู้เขียนได้ไปดูต้องเรียกว่าประทับใจสุดๆ พี่ Anderson นอกจากแกจะร้องจะแร็พ และโดดไปซัดกลองอย่างหนักหน่วงจนทีม stage ต้องรีบมาไขกลองให้แน่น ที่ผู้เขียนจำได้คือเพลง “Heart Don’t Stand a Chance” ที่รัวกลองสนั่นหวั่นไหวจน Kelsey Gonzales มือเบสที่ยืนใกล้ๆ ยิ้มให้กับความมันส์นั้นบ่อยมาก ระหว่างโชว์ก็มีช่วงเบรกแล้ววงก็เล่น intro ของเพลง “Smoke Weed Everyday”  และ Anderson ก็ชูสัญลักษณ์มือ West Side ซึ่งซีนนี้ก็เป็นการให้เกียรติรุ่นพี่ในวงการจากถิ่นตัวเอง เรียกเสียงเฮจากคนดูได้เยอะเหมือนกัน

IMG_0425

Anderson .Paak คือโชว์ที่ดีที่สุดของคืนนั้น

สำหรับผู้เขียน โชว์ของ Anderson .Paak & The Free Nationals นี่เป็นที่สุดของค่ำคืน Laneway Festival ที่สิงคโปร์รอบนี้แล้ว เพราะด้วยความตั้งใจที่จะมาดูโดยเฉพาะ บวกกับโชว์ที่ออกมาได้อย่างเต็มที่สุดๆ ของศิลปิน เรียกว่าฟินทุกความรู้สึกไปแล้วหลังจบโชว์ของเค้า หลังจากจบโชว์ผู้เขียนก็ได้ถอยออกมานั่งพักไกลๆ มองเวทีที่ Father John Misty กำลังเล่นอยู่ ผู้คนจำนวนมากในงานเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ตัวผู้เขียนเองก็หมดพลังไปแล้วเพราะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เที่ยงวันถึงขณะนั้นก็สามทุ่มกว่าแล้ว หลังจากไปนั่งพักก็รู้ว่าร่างกายเดินอ่อนเพลียมาก ก็เลยตัดสินใจกลับและจะไปหาอะไรกินเป็นมื้อเย็น ซึ่งก็พบว่าเราพลาดโชว์ดีๆ อีกหนึ่งวงไปนั่นก็คือ Bonobo ที่เล่นเป็นวงสุดท้ายของ Garden Stage เพื่อนและรุ่นพี่ที่ได้ดูโชว์นั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีมากกกกก T^T

การมา Laneway ครั้งนี้ได้รับพลังและแรงบันดาลใจกลับมาไทยเยอะมาก ได้ดูโชว์ดีๆ ทั้งจากวงอินดี้เอเชียและต่างประเทศที่เติมประสบการณ์ให้เราไปอีก หลังจากงานนี้ก็ตั้งปณิธานไว้ว่าปีหน้าจะกลับมาอีก เพราะนอกจากที่จะมาสนุกกับมิวสิคเฟสติวัล ในเมืองของสิงคโปร์ก็มีอะไรให้เที่ยวเยอะมากกว่าสิงโตพ่นน้ำนะเว้ย ถ้าใครอ่านจบจนถึงตอนนี้ก็ต้องขอบคุณมาก และปีหน้าถ้าใครอยากไปดู Laneway Festival Singapore ก็ทักมาสอบถามกันได้ที่เพจ Rap is Now เลยนะ

IMG_0439

ถอยมานั่งพักไกลๆ ดูบรรยากาศอันสวยงามของงานนี้

Comments