RINCREW ไปเหยียบงานคอนเสิร์ตมันส์ๆ มาอีกแล้วครับ รอบนี้หลุดจากแนวฮิพฮอพไปนิดหน่อย แต่ไม่หลุดจากขอบเขตของความอิสระ เพราะเราไปงานอินดี้ที่มีวงเฮดไลน์เป็นวงระดับโลกเลย งานที่ว่าก็คือ Tiger Jams “Center Stage” ที่ได้ทีม “ฟังใจ” มาเป็นเจ้าภาพงานฝั่งแวดวงดนตรี โดยวงชั้นนำที่ว่าไว้ก็คือ CHVRCHES วง Synthpop จากสก๊อตแลนด์ และมีวงอินดี้ชั้นนำของไทยประกอบงานนี้หลายวงได้แก่ Polycat, Somkiat, Jelly Rocket, Monkey Business, 23’O และ MIRRR

พวกเราเคยไปชมงานคอนเสิร์ตที่จัดโดย “ฟังใจ” มาแล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็น “ฟังใจมัน” หรือจะ “เห็ดสด” ซึ่งงานเหล่านี้ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่มของคนฟังที่ไปร่วมงาน แน่นอนว่ากลุ่มผู้ฟังหลักของงานเป็นกลุ่มคนอินดี้ ฟังเพลงนอกกระแส ไม่ยึดติดกับสิ่งใด มีเอกลักษณ์การแต่งตัว และสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนมีเหมือนกันคือ “การเปิดใจพร้อมรับฟังผลงานดนตรีศิลป์”
และผู้เขียนก็คาดการณ์ไม่ผิด เมื่อไปถึงงานในช่วงค่ำก็พบคนจำนวนมากอยู่หน้างาน แต่ที่น่าเสียดายคือ ไปไม่ทันดู Somkiat ที่ขึ้นเล่นเป็นวงแรก เมื่อเดินเข้าไปในงานก็พบเห็นแฟนเพลงทั้งไทยและต่างชาติ ปะปนกันอยู่หนาแน่น ตามจุดต่างๆ จนเราเริ่มลุยเข้าไปข้างในฮอลล์ 107 สถานที่จัดงานในวันนั้นก็พบคนจำนวนมากยืนอัดแน่นกันอยู่ข้างในแล้ว

ผู้เขียนคงไม่เจาะลงในการโชว์ของแต่ละวงมากนัก แต่โดยรวมทุกวงจัดของมาอย่างถึง ! พลังมาเต็มกันทุกวง ทั้งวงหน้าใหม่ หน้าเก่า ถึงแม้บางเพลงที่ผู้เขียนขอสารภาพว่าไม่เคยฟัง แต่ศิลปินก็ทำให้เราสนุกกับมันได้อย่างถึงที่จริงๆ ตลอดจนถึง CHVCHES ที่ขึ้นเวทีเป็นวงสุดท้าย ก็ทำให้เห็นแล้วว่า “ระดับโลก” มันเป็นอย่างไร เริ่มตั้งแต่การซาวด์เช็คและเตรียมโชว์ ที่ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมันคือของจริง ศิลปินเล่นได้อย่างเต็มเหนี่ยว เรารับรู้ถึงอารมณ์และความเต็มที่ของพวกเขา

ในงานนี้มีนอกเหนือจากการโชว์ดนตรีอย่างเดียว เพราะได้ศิลปิน visual artist มือเยี่ยมทั้ง โน้ต Dudesweet, Eyedropper Fill และ TUNA Dunn ที่จัดงานมาโชว์อย่างเต็มเหนี่ยว เสริมอารมณ์ให้กับงานได้อย่างกลมกล่อม ในขณะเดียวกันแสงประกอบการแสดงของศิลปินแต่ละวงนั้น ทำได้โดดเด่นไม่แพ้กันเลย โดยช่วงที่ชอบที่สุดต้องยกให้ วิชวลแสงสีแดง ที่ยิงออกมาเป็นเสมือนเส้นด้ายพุ่งทแยงกันในช่วงที่ Polycat ขึ้นโชว์ ที่ผู้ชมต้องรีบยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพไว้เลย



จากไฮไลท์ของงาน มาพูดถึงจุดที่ผู้เขียนติดขัดอยู่บ้างในการฟังเพลง ก็คือสถานที่ ซึ่งเป็นฮอลล์ปิด แต่มองโดยรวมแล้วอาจะไม่ได้เหมาะกับการจัดงานคอนเสิร์ตซะทีเดียว เนื่องจากในแต่ละตำแหน่งของผู้ชม จะได้ยินเสียงที่ไม่สม่ำเสมอ ด้วยการสะท้อนของเสียงกับวัตถุที่อาจจะไม่นุ่มนวลเท่าใดนัก
สุดท้ายนี้การได้ไปร่วมชมงานคอนเสิร์ตอินดี้ที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ก็ทำให้ผู้เขียนได้เปิดมุมมองมากขึ้น และก็ทำให้มั่นใจขึ้นด้วยว่า วงการเพลงเมืองไทย จะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งอย่างแน่นอน ด้วยการสนับสนุนและตื่นตัวจากแฟนเพลง จึงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งกับศิลปิน ผู้จัดงาน ตลอดจนแฟนเพลงด้วยเช่นกัน