ความรู้สึกของผู้จัด TEDxBangkok ถึง RAPISNOW

แต่ไหนแต่ไรเราก็รู้สึกหงุดหงิดเวลาได้ยินเสียงเพลงฮิพฮอพเข้ามาหูมาตลอด
ทำไมมันต้องรุนแรง ท้าตีท้าต่อย ใส่ฟันทอง ข่มรวยกันตลอดเวลาขนาดนั้นวะ!?
.
แต่พอครั้งแรกที่ได้ดูคลิป Battle ของ RAP IS NOW
ก็เริ่มสัมผัสได้ถึง “ของ” ที่ถูกเคลือบ ซ่อนอยู่ใต้ถ้อยคำกร่นด่าหยาบคายของ Rapper เหล่านั้น
เราได้ยินความอัดอั้นที่อยากตะโกนบอกความในใจที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนหยุดเงี่ยหูฟัง
เราเริ่มเห็น พื้นที่ของกลุ่มคนที่ถูกมองว่าเป็นเด็กหลังห้อง เกเร เด็กเลว
และนี่เป็นเพียงไม่กี่พื้นที่ในประเทศนี้ที่ทำมาเพื่อเด็ก “ที่ถูกมองว่าเลว” จริงๆ
.
…นี่คงเป็นเหตุผลที่เราและทีมอยากเห็นพวกเขาปล่อย “ของ” ที่ว่าบนเวที TEDxBangkok ให้สุดดูสักครั้ง
แม้ภาพเด็กฮิพฮอพ ร้องแรพ พูดกูมึง บนเวทีปัญญาชนอย่าง TEDx มันอาจจะขัดหูขัดตาใครหลายคนก็ตาม
.
วันแรกที่ได้คุยกับพี่ๆทีมงาน RAP IS NOW ที่สยาม
เรากับทีมเดินออกมาจากร้านกาแฟนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า
…ทุกคนไม่ได้เป็นภาพเด็ก gangster ขี้ยา ท้าตีท้าต่อยอย่างที่คิด
และที่เจ๋ง ไม่ใช่แค่เรื่อง passion ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงภาพวงการฮิพฮอพ
แต่เป็นแนวคิด วิธีการมองโลก การทำงานที่โคตรคม
แต่ละคนนี่ แฟน TED ทั้งนั้น เป็นตัวเทพของหลากหลายวงการ
เขาเสพ content ที่เราคิดว่าเด็กมหา’ลัยชั้นนำหลายๆคนยังไม่คิดจะคลิกดูเลยด้วยซ้ำ
วันนั้น…เราเชื่อสุดใจเลยว่ามันต้องเป็นการร่วมงานกันที่โคตรมันส์แน่ๆ
.
เราได้ฟังเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านและประวัติศาสตร์วงการฮิพฮอพ
ตั้งแต่ยังแรพ battle กันด้วยแป้มพิมพ์ทีละบรรทัดผ่านเว็บบอร์ด
ผ่านยุคตกต่ำ ที่ผันการเป็นแค่กระแสการแต่งตัว ใส่ทองเส้นใหญ่ เสื้อตัวโคร่ง ‘เกงหลุดตูด
มาเป็นฮิพฮอพที่เป็นวิถีชีวิต เป็นการส่งต่อแนวคิดความเชื่อมากขึ้น
.
…และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราไม่ใช่แค่ Curate Speaker ออกมาเป็น Talk แต่ได้ Curate เพื่อนำเนื้อหาจากประสบการณ์จริงของ Rapper ไปอยู่ในบทเพลงแนวที่เราแทบไม่เคยฟังมาตลอดชีวิต
.
การได้มีโอกาสนั่งคุยกับ Rapper แต่ละคน ยิ่งตบหน้าเราอีกฉาดใหญ่
พี่ตั้ม TaTum aka TUM หนุ่มตี๋ ลุคนักเรียนนอกที่ดูนิ่งๆหยิ่งๆ
จริงๆแล้วเป็นนักธุรกิจช่วยที่บ้านดูแลกิจการครอบครัว
นั่งคุมเครื่องจักรโรงงานไป นั่งฟัง beat ฝึกแรพไป
และสิ่งที่ unlearn เรามากที่สุดคงเป็นตอนที่…
พี่ตั้มเล่าเหตุผลที่กลับไป นั่งอ่าน gat pat ตอนอายุ 22 เพื่อสอบเข้าเรียนต่อปริญญาตรีใหม่อีกรอบให้ฟังว่า..
“สำหรับผมใบปริญญาก็ยังเป็นแค่กระดาษแผ่นนึงเหมือนเดิมนั้นแหละ
แต่ถ้าการได้แปะกระดาษแผ่นนี่หน้าบ้าน มันปกป้องแม่ผมจากคำครหาของคนรอบตัวได้ ผมก็จะทำ”
.
เกมส์ Noppa NIL LHOHITZ
จากเด็กโดนแกล้งที่เกลียดทุกอย่างรอบตัว แอนตี้ทุกอย่าง…รวมไปถึง ฮิพฮอพ
แต่พอเริ่มได้เขียนเพลง เข้ามาสู่โลกฮิพฮอพจริงๆ
เกมส์กลับเลือกที่จะไม่ไหลตามกระแส และตั้งคำถามกับทั้งวงการเพลงฮิพฮอพว่า
“ฮิพฮอพมันจำเป็นต้องหยาบคายหรอ?”
การใช้คำหยาบอาจทำให้ความคิดคนฟังปิด
แต่ถ้อยคำเล็กๆที่เสียดแทงโดนไม่ต้องหยาบรึเปล่า..ที่จุดประกายความคิดคนได้มากกว่า
แล้วเกมส์ก็ได้ปล่อยของผ่านแก่นความเชื่อนี้
ไปจนถึงรอบชิงของการแข่งขัน Rap Battle รอบที่ผ่านมาได้อย่างสง่างาม
.
เกียร์ aka MC KING
“เหตุผลที่ผมเรียกตัวเองว่า King มันเป็นเหมือนแรงผลักดันให้ตัวเอง
บังคับตัวเองให้ฝึก ให้พัฒนาตลอดเวลา เพราะเราเป็น King เราจะหยุดไม่ได้”
เราได้ฟังเรื่องราวการต่อสู้ของเด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน ใช้ชีวิตที่พัทยา พื้นที่มืดเทาขึ้นชื่อของประเทศนี้
จากเด็กที่ช่วยพี่ขายปลาร้า ของชำในตลาดสด ใช้ชีวิตแบบดาร์กๆ
การได้เริ่มแต่งกลอน อ่านพุทธประวัติในห้องเรียน กลับมาเป็นจุดเปลี่ยนให้เดินทางสายฮิพฮอพ
ออกมาแร็พเป็นอาชีพ จนหาเลี้ยงตัวเอง ดูแลครอบครัวได้
ประโยค unlearn ที่เกียร์บอกเราคือ..
“ไออาชีพกวี คนแต่งกลอนเลี้ยงชีพเนี่ย มันหายจากประเทศนี้มานานแล้วนะ
ถ้ามันเป็นวัฒนธรรม เป็นหัวใจของภาษาเราจริงๆ ทำไมมันถึงหายไปละ
สิ่งที่ผมเชื่อก็คือ กวีแบบเดิมมันตายไปแล้ว มันไม่มีแล้ว
…แต่ Rapper อย่างพวกผม ที่แต่งกาพย์กลอนเป็นอาชีพ
บอกเรื่องราวชีวิตและมุมมองรอบตัวนี่แหละ เป็นกวีที่ยังมีชีวิต”
.
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราได้ไปนั่งอยู่ในห้องซ้อม
ได้เห็นกระบวนการคิดเพื่อสื่อสารเรื่องราว การซักซ้อมลงรายละเอียดแม้กระทั่งการส่งความรู้สึกในทุกประโยค ทุกคำที่พูดออกมา และการร้อยโยงความเป็นตัวตนของ rapper แต่ละคนผ่านจังหวะ beat
.
จนมาถึงการซ้อมครั้งสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา
พอซ้อมเสร็จ ทุกคนก็เก็บของเตรียมจะแยกย้ายกลับบ้าน
…อยู่ดีๆพี่กบ aka Dj. What dat frog ก็ scratch beat ขึ้นมา เราเห็นทุกคนเริ่มโยก
..ไมค์ถูกยกขึ้นอีกครั้ง flow คำพูดถูกปล่อยออกมา จาก Rapper ทีละคน
พี่ๆทีมงานเริ่มเดินเข้ามาแจม ไมค์ถูกส่งต่อไปพร้อมเสียงหัวเราะ
เรายิ้มและโยกไปกับจังหวะ ถ้อยคำสดๆที่ถูกร้องออกมาแบบธรรมชาติแบบไม่มีข้อกำหนดตายตัวใดๆ
ภาพการแรพสดในคืนนั้น ทำให้เราเห็นว่าที่จริงแล้ว…
“ฮิพฮอพคืออิสรภาพและประชาธิปไตยผ่านเสียงดนตรี”
ทุกคนไม่ว่าจะมีพื้นฐานครอบครัวจากไหน จะขายปลาร้าในตลาด ครูโรงเรียนมัธยม ลูกอาเสี่ยทำธุรกิจ หรือเด็กม.ปลายหลังห้องที่ถูกครูชี้หน้าด่าว่าห่วย…คุณก็มีสิทธิใช้ ฮิพฮอพ เป็นเครื่องมือการสื่อสาร ส่งเสียงความเชื่อของคุณออกไปโดยไม่มีข้อจำกัด ด้วยความกลัวกังวลว่ามันต้องสุภาพ น่าฟัง เป็นที่ยอมรับทั่วไปของใครคนไหนหรืออำนาจใดในสังคม
และนี่เป็นสิ่งที่เพลงรัก feel good หวานละมุนที่อยู่บน top chart ให้ไม่ได้
เราเชื่อว่าการที่พื้นที่แบบนี้เติบโตและกระจายไปมากขึ้นเท่าไหร่
มุมมองเก่าๆหรือความเชื่อในวิถีเดิมๆก็จะถูกตั้งคำถามมากขึ้นเท่านั้น
และนี่คงเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของเรา..
..ที่ได้มีโอกาสร่วมสร้างอีกหนึ่งพื้นที่ให้กับ กลุ่มคนที่ส่งต่ออิสรภาพผ่านไมค์และเสียงดนตรี
RAP IS NOW
‪#‎RESPECT‬

ปล. RAP IS NOW อยู่ session สุดท้ายของงานวันเสาร์นี้ช่วงระหว่าง 16.00-17.30
มาดูพวกเขาปล่อยของได้ที่ www.tedxbangkok.net นะครับ

‪#‎RAPISNOW‬ x ‪#‎TEDxBangkok‬ ‪#‎Runวงการ‬ ‪#‎TEDISNOW‬ ‪#‎StoryCuratorJourney‬
Rap is Now Dechathorn Fluker Sakkatpit Jeerungkool Noppa TaTum Rerk Rawikarn Ja Rawisara Khai Pakanut Montri Thunchanok Thawatchai Chayanit Chrissie Nuntinee Warinthon Nut Jakrawan Jakkawan Jakrapong Rapeephatne Valad Faunglada Natavudh Moo Tom Theerat Supakij วุฒิชัย Puey Ounjai Pichet Gift Pippo Parn Akira

by : Piriya Kulganchanacheewin

13995378_10154381430995750_6596610368422585213_o

13935151_10154381430965750_3573545251717750976_n

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*
*
Website