Tag: WAAVE

  • Junoflo แร็พเปอร์เกาหลี-เมกัน ผู้สนุกกับการมาไทยครั้งแรก (สัมภาษณ์)

    Junoflo แร็พเปอร์เกาหลี-เมกัน ผู้สนุกกับการมาไทยครั้งแรก (สัมภาษณ์)

    ในเดือนพฤศจิกายนปี 2562 ที่ผ่านมา เราได้ไปดื่มด่ำบรรยากาศ (เรียกแบบสมัยใหม่ว่า ไวป์) สนุกๆ รู้สึกเป็นอิสระจากโลกภายนอก เพราะงานที่เราไปก็คือ Maho Rasop Festival 2019 ที่จัดเป็นครั้งที่สองในวันที่ 16-17 พ.ย. โดยวันนั้นทีม WAAVE หัวสื่อฮิปฮอปเอเชียพันธมิตรของเราได้สัมภาษณ์พิเศษ Junoflo (จูโน่โฟล) แร็พเปอร์เกาหลี-อเมริกัน ที่เป็นหนึ่งในไลน์อัพศิลปินฮิปฮอปในงานมหรสพ เฟสติวัล 2019


    ไฮไลท์

    • Junoflo นึกว่าจังหวัดภูเก็ต อ่านว่า ฟักเก็ต มาตลอด
    • อยากร่วมงานกับ Kendrick Lamar, J.Cole และล่าสุดชอบ Smino
    • เพลงตัวเองที่ชอบคือเพลง La Familia
    • ปี 2020 จะปล่อยผลงานเยอะมาก รวมถึงอัลบั้มด้วย
    บรรยากาศ Maho Rasop Festival ปี 2019 คึกคักและสนุกสนานมากๆ
    เวทีใหม่ในปีนี้ YOKLOR STAGE

    ช่วงเวลาราวๆ สี่โมงเย็นวันเสาร์ที่ 16 พ.ย. ก่อนเวลาโชว์ของ Junoflo ซึ่งเราขอเรียกเขาว่า “จูโน่” จากชื่อเต็มของเขาคือ Samuel Juno Park ที่จะเล่นในเวที Yoklor Stage ห้องแอร์หลบร้อนเวทีเดียวของงานนี้ในเวลาสองทุ่ม และเขาก็เป็นไลน์อัพฮิปฮอปเกาหลีประจำปีนี้ หลังจากปีที่แล้วมีคุณ DEAN มาเล่น ซึ่งทีมงานของ WAAVE ส่งผู้สัมภาษณ์ตัว Inw มาเช่นเคย เขาคือ เบ็น – Ben Bizzy แร็พเปอร์แทร็ปไทยที่เชี่ยวชาญซีนฮิปฮอปเกาหลีเป็นอย่างดี

    ไปเข้าสู่ช่วงถามตอบพูดคุยกับคุณจูโน่ Junoflo กันเลยดีกว่า

    เบ็น: สวัสดีครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยรึเปล่าครับที่มาเมืองไทย?
    จูโน่: ครั้งแรกเลยครับ
    เบ็น: เป็นไงบ้างครับ
    จูโน่: อย่างเจ๋ง! กินผัดไทยไปเยอะเลย ผัดผักบุ้งด้วย
    เบ็น: โห เจ๋งๆ แล้วอากาศที่นี่เป็นไงบ้าง พิลึกดีมั้ยครับ?
    จูโน่: ก็ไม่มากนะ ตอนที่ผมอยู่เกาหลีฯ ก็ร้อนๆ แบบนี้แหละ อาจจะร้อนกว่านี้อีก
    เบ็น: ได้ไปเที่ยวไหนมาแล้วบ้างในกรุงเทพฯ?
    จูโน่: อืมมม ก็ได้ไป ทองหล่อ! อย่างเจ๋ง
    เบ็น: ใช่เลย แถวนั้นเจ๋ง
    จูโน่: ผมไปมาเมื่อวาน
    เบ็น: มันเป็นโซนที่คนชอบไปกันน่ะ
    จูโน่: ผมไปหาอะไรดื่มมา เลยดูเพลียๆ นิดหน่อย ฮ่าๆ
    เบ็น: นายน่าจะไปอีกนะคืนนี้ วันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้
    จูโน่: ไปไหนดี?
    เบ็น: ก็แถวทองหล่อนั่นแหละ ลองไปหลายๆ ร้านดู ราคาไม่สูง
    จูโน่: ใช่ๆ ที่นี่ถูกกว่าเกาหลี

    เบ็น: ถ้าหากเลือกได้ที่นึง ที่อยากไปเที่ยวคือที่ไหน?
    จูโน่: ผมอยากมากรุงเทพฯ ซึ่งก็ได้มาแล้ว เลยลองหาๆ ดู ก็เลยอยากจะไปเอ่ออออออ…………….ฟักเก็ต?
    เบ็น: อ๋อ ภูเก็ต!
    จูโน่: ผมไม่ค่อยแน่ใจ เลยแบบ…..ฮ่าๆ โอเค ภูเก็ต ผมเข้าใจละ (หันไปบอกทีมงาน) ไม่ใช่ฟักเกตนะ ฮ่าๆ เข้าใจก็วันนี้
    เบ็น: ระยะทางมันก็ประมาณ 10 ชั่วโมงจากนี่ ลงไปทางทิศใต้ไกลเลย
    จูโน่: โหไกลอยู่นะ
    เบ็น: ใช่ๆ แต่มันเจ๋งอยู่นะ ผมเคยไปมาหนนึง

    Ben Bizzy รับหน้าที่สัมภาษณ์

    เบ็น: ถ้าหากตอนนี้เลือกศิลปินใครก็ได้ คุณอยากจะร่วมงานกับใคร?
    จูโน่: โห ตอนนี้เลยหรอ
    เบ็น: ใช่ๆ ใครก็ได้ ต่างชาติหรือเกาหลีใต้ก็ได้นะ
    จูโน่: ผมเคยพูดในบทสัมภาษณ์ที่อื่นนะ ว่าอยากร่วมงานกับศิลปินมากมายเลย แต่ถ้าเป็นศิลปินฮิปฮอป ผมคงจะเลือก Kendrick Lamar กับ J.Cole
    เบ็น: เข้าใจเลย
    จูโน่: แต่เอาจริงๆ เลยนะ ตอนนี้ผมชอบผลงานคนที่ชื่อ Smino อยู่ ผมชอบงานเค้า
    เบ็น: อ๋อ Smino ตอนที่ผมไปเกาหลีครั้งล่าสุดมา ได้ดูเค้าเพอฟอร์มสดด้วยแหละ
    จูโน่: จริงดิ!
    เบ็น: ผมไปที่ Henz Club แล้วก็ได้พบเค้าหลังเลิกงานด้วย
    จูโน่: เค้าเป็นคนนึงที่ผมอยากทำงานด้วยเลยล่ะ เค้าโคตรเจ๋ง
    เบ็น: เพลงที่คุณทำมาทั้งหมด ชอบเพลงไหนมากที่สุด?
    จูโน่: ถ้าให้เลือกเลยตอนนี้ ก็คงเป็นเพลง La Familia ที่อยู่ในอัลบั้ม Statues
    เบ็น: อัลบั้มล่าสุดที่เพิ่งปล่อยเลย
    จูโน่: ที่ผมบอกว่าชอบมากที่สุด คงเป็นเพราะผมโปรดิวซ์เองทั้งหมด และมันมีความหมายสำหรับผม เพราะเพลงนี้มันเกี่ยวกับครอบครัว มันเกี่ยวกับความผูกพันธ์ แล้วบรรยากาศของเพลงมันก็ดูแก๊งๆ ดีด้วย

    เบ็น: เพลงของคุณที่ผมชอบก็คือเพลง Autopilot โคตรเจ๋งๆ
    จูโน่: ว้าว ขอบคุณๆ
    เบ็น: ที่เกาหลีเนี่ยมีรายการเกี่ยวกับฮิปฮอปมากมาย เช่น SMTM คุณวางแผนจะไปแข่งรายการอะไรบ้างมั้ยครับ?
    จูโน่: ไม่แล้วล่ะ
    เบ็น: ไม่เลยหรอ คุณคิดยังไงบ้าง กับการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน
    จูโน่: มันก็ท้าทายดีนะ คุณได้ออกรายการ คุณได้ออกทีวี แล้วโชว์ให้ทั้งโลกเห็นว่าคุณทำอะไรได้

    ถ้าคุณทำพลาดมันจะใหญ่หลวงมาก และถ้าคุณทำได้ดี มันจะยิ่งใหญ่กว่าอีก

    Samuel “Junoflo” Park

    จูโน่: ตลอดการแข่งขันคุณพลาดไม่ได้ แน่นอนมันท้าทายมาก คุณต้องทำให้ได้ดี ซึ่งในความเป็นจริง มันก็เกิดขึ้นได้นะ เราก็เป็นมนุษย์น่ะ แต่บางคนก็ชอบเห็นคนเราทำอะไรพลาดเช่นกัน ซึ่งการทำพลาดแล้วต้องกลับมาร้องต่อเนี่ย มันแบบ เออ แล้วมันจะอยู่บนอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา แต่ยังไงก็แล้วแต่นะ รายการพวกนี้มันเจ๋งแหละ มันสร้างพื้นที่ให้กับคน ผลักดันรุ่นใหม่
    เบ็น: พวกศิลปินใต้ดิน
    เบ็น: คนดูไม่เคยรู้จักคนพวกนี้มาก่อน แต่พอเห็นในทีวี เค้าก็ไปหาผลงานฟังกันต่อ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นกับผมเหมือนกัน

    เบ็น: คุณมีแผน หรือจะทำอะไรบ้างเร็วๆ นี้?
    จูโน่: เอิ่ม ผมทำเพลงเยอะมากช่วงนี้ ถ่าย MV ก็เยอะเลย ซึ่งในปี 2020 เนี่ยจะมีผลงานเยอะเลย
    เบ็น: คุณจะปล่อยอัลบั้มด้วยมั้ย?
    จูโน่: แน่นอน มีอัลบั้มด้วย
    เบ็น: ตอนนี้คนต้องปล่อยอัลบั้มกันทุกปีเลย ฮ่าๆๆ
    จูโน่: ผมคงต้องทำงานให้เร็วกว่านี้อีก อยากมีโชว์เยอะๆ อยากไปทั่วโลกเลย อยากไปยุโรป อยากไปทั่วๆ เอเชีย
    เบ็น: ยิ่งใหญ่เอาเรื่อง
    จูโน่: ปี 2020 มันจะต้องสุดยอดแน่ๆ
    เบ็น: มันจะสุดยอดแน่ๆ ขอบคุณที่สละเวลา มีอะไรฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อยมั้ย
    จูโน่: สวัสดีชาวไทย ประเทศไทยโคตรเจ๋ง แล้วเจอกันใหม่

    จูโน่ ปล่อยฮาไปหนึ่งดอก เพราะนึกว่าภูเก็ต อ่านว่า ฟักเกต
    รอดูผลงานในปี 2020 ของเค้ากันได้เลย

    ทีมงาน RAP IS NOW และ WAAVE ขอขอบคุณผู้จัด Maho Rasop Festival ที่เอื้อเฟื้อให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นไปอย่างสนุกราบรื่น และงานเฟสติวัลที่มีความหลากหลายของแนวเพลงทั้งไทยและต่างประเทศอย่างมากมาย เจอกันใหม่ปลายปี 2020 นะคร้าบ

  • YOUNG B & NO:EL เด็กแร็พเกาหลีที่ทัวร์ไกลถึงประเทศไทย

    YOUNG B & NO:EL เด็กแร็พเกาหลีที่ทัวร์ไกลถึงประเทศไทย

    IMG_6189

    ใครจะไปคิดว่าเด็กแร๊พที่อายุยังไม่ถึง 20 เลยซะด้วยซ้ำจะมาทัวร์ไกลถึงประเทศไทยโอกาสแบบนี้ใช่ว่าแร๊พเปอร์ทุกคนในเกาหลีจะได้ทำกันแต่การที่ดูโอ้อย่าง YOUNG B & NO:EL มาเล่นที่ไทยเป็นครั้งที่ 2 และครั้งนี้ยังเป็นคอนเสิร์ตของเขาเองอีกด้วยแต่การที่พวกเขาทั้งสองจะมาถึงจุดๆนี้ได้พวกเขาก็ต้องผ่านอะไรมามากมายเหมือนกันดังนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งต่างๆที่พวกเขาเคยผ่านมามันมีอะไรบ้าง

    IMG_6191

    มาเริ่มที่คนแรกกับ YOUNG B ที่เริ่มต้นจากการไปแข่ง SHOW ME THE MONEY 4 ด้วยชั่วโมงแร็พเพียงแค่1 ปีเท่านั้นจนบรรดาพีดีในรายการถึงกับเอ่ยปากชมว่าเขาจะมีอนาคตที่ไกลแน่ๆซึ่งนั่นก็เป็นความจริงเพราะรายการต่อไปที่นาย YOUNG B ไปแข่งนั้นคือ HIGH SCHOOL RAPPER ซึ่งทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นตัวเต็งทั้งที่ยังแร็พได้ไม่กี่ปีเท่านั้นและก็ตามที่คาดการณ์YOUNG B ก็สามารถคว้าแชมป์ไปได้นอกจากนั้น Young B ก็ยังกลับมาเข้าร่วม SHOW ME THE MONEY 6 แม้ว่าจะน่าเสียดายที่เขาต้องตกรอบแต่รอบแร๊พแบทเทิลของเขาก็พูดได้ว่าเป็นแร๊พที่ดุที่สุดของซีซั่น 6 เลยก็ว่าได้

    สุดท้ายนี้ความสำเร็จอันรวดเร็วของเขาก็ไม่พ้นจากสายตาของแร๊พเปอร์รุ่นเก๋าอย่างนาย Swings (ปั้นศิลปินแร๊พมาหลายคนแล้ว) จับเขาเซ็นสัญญาเข้าค่าย Indigo Music และตั้งแตานั้นมาไม่ว่านาย Young B จะปล่อยเพลงไหนแทบทุกเพลงก็คือเพลงฮิตสำหรับวัยรุ่นเกาหลีเลยก็ว่าได้

    trapp

    มาในส่วนของนาย NO:EL กันบ้างที่เริ่มต้นจากทำเพลงใต้ดินด้วยตัวเขาเองจนมาเป็นที่รู้จักจริงๆก็ตอนที่เขาไปออกรายการ HIGH SCHOOL RAPPER ซีซั่น1 นี่แหละฟอร์มของเขาในรายการดีมากจนถึงขนาดกรรมการในรายการอย่าง Swings เอ่ยปากชมว่าต้องการจะเซ็นสัญญาเข้าค่ายของเขาซะตอนนั้นเลย ซึ่งในภายหลังจบจากรายการ NO:EL ก็ได้ถูกเซ็นสัญญาเข้า Indigo Music ตามคำกล่าวไว้ ต่อมาเขาก็ได้เข้าร่วมรายการ SHOW ME THE MONEY ซีซั่นที่ 6 และ 777 อีกด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่เขาตกรอบไปก่อน โดยเฉพาะซีซั่น 777 ที่เขาต้องแข่งกับ Loopy และ EK ซึ่งถือเป็นตัวเต็งของรายการทั้งคู่ แต่จุดเด่นจริงๆของนาย NO:EL ในค่าย Indigo Music นั้นคงจะหนีไม่พ้นจากความขยันของเขานี่แหละเพราะเขาปล่อยอัลบั้มเดี่ยวมาถึงสองอัลบั้มพูดเลยว่าปีละอัลบั้มตั้งแต่อยู่ค่ายนี้มา

    ใครที่เห็นประวัติความขยันและมุมานะของน้องทั้งสองคนแล้วสนใจจะลองติดตามโอกาสก็มาถึงแล้วเพราะนาย YOUNG B และ NO:EL กำลังจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยในวันที่ 15 มิถุนายน ณ The Street รัชดาภิเษกนี่เอง เอาเป็นว่ากว่าเขาจะมาถึงจุดๆนี้ได้เนี่ยไม่น่าจะเพราะโชคช่วยอย่างแน่นอนแต่เพราะสิ่งที่พวกเขาทำและสั่งสมมานี่แหละทำให้พวกเขาสมควรแล้วที่มายืนในจุดนี้

    fd8c29105a9c11e9911101117567899b

  • ประสบการณ์ย่ำเท้าเข้างาน Maho Rasop Festival งานดีอยากบอกต่อ ที่เจอกันอีกปีหน้า

    ประสบการณ์ย่ำเท้าเข้างาน Maho Rasop Festival งานดีอยากบอกต่อ ที่เจอกันอีกปีหน้า

    Maho Rasop Festival จัดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ถึงวันนี้ยังจำบรรยากาศในใจได้หมด ที่แน่ๆ งานนั้นเมา และสนุกมากๆ กับเฟสติวัลที่เราอยากให้เกิดขึ้นในไทยมาตั้งนานแล้ว งานนี้ตั้งแต่รู้ว่าจัดที่ Live Park พระราม 9 ก็แอบลุ้นเลยว่างานจะออกมาเป็นเฟสติวัลรูปแบบไหน และพอเห็นไลน์อัพทั้งหมดก็บอกตัวเองทันทีว่าพลาดงานนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเรามาไล่บรรยากาศวันนั้นกันเลย

    • ทางเข้างานดีมาก ตกแต่งด้วยสิ่งต่างๆ ที่เข้ากับตัวอาร์ทของงาน หยุดยืนถ่ายรูปกันได้หลายนาที
    • แถวสแกน QR CODE งงๆ นิดหน่อย แต่ความเฟสติวัล คนก็มาไม่พร้อมกันอยู่แล้ว หน้างานเลยเข้าแบบสบายๆ ไม่ต้องรอนาน
    • เดินไปนิดเดียวก็มองเห็นเวทีใหญ่มโหฬารแต่ไกล ส่วนเวทีข้าวหอมอยู่ในร่มซ้ายมือใกล้ทางเข้าเลย
    • ในงานมีจุดขาย merchandise ของศิลปินที่ดักตำแหน่งดีมากอยากเสียตังค์เลย
    • โซนอาหาร มีร้านให้เลือกเยอะมากกกกก หลายร้านต่อคิวยาวแสดงว่าเด็ดชัวร์

    47032928_2006827686076128_987203039054004224_o

    • ด้วยความที่มาถึงช้า เพราะเป้าหมายเราคือฮิพฮอพเป็นหลักเลยรีบไปส่อง Rad Museum ทันที เพราะพี่แกเล่นเปิดให้ DEAN ด้วย
    • ระหว่างทางเจอเวทีเล็กตั้งโล่งๆ ตอนนั้นยังไม่มีใครขึ้นเล่น เลยแวะซื้อเหล้าข้าวหอมผสมคาราบาวแคนเครื่องดื่มคุ้นเคยของชาวแร็พ
    • ดู Rad Museum จบ คนดูเต็มแน่นเลยเพราะคุณ DEAN เตรียมขึ้นต่อแล้ว
    • พื้นที่ทั้งหมดของเฟสติวัลไม่มากนัก เดินแปปเดียวก็ทั่วถึง เราก็เลยยืนอยู่ที่นั่นแหละ เพื่อรอดู DEAN ต่อเลย
    • DEAN ปรากฏกายแบบมีออร่ามากๆ บวกกับแสงยามเย็นส้มๆ ทำให้บรรยากาศเหมาะสุดๆ ในการฟังเพลงของหนุ่มคนนี้
    • เคยดูโชว์ของ DEAN มาแล้วรอบนึงในสตูดิโอ มาครั้งนี้ต่างกันมากๆ กับบรรยากาศกลางแจ้ง แต่ก็มันส์ไปอีกแบบ
    • แน่นอนว่าสาวๆ มากันเพียบหน้าเวที แต่รอบนี้ก็มีหนุ่มๆ มาดูโชว์ของ DEAN กันเยอะมาก เพราะเอาจริงแล้วเพลงแกก็เป็นเพลงในสาย Hip Hop อย่างชัดเจน ยิ่งบวกกับความฟิวเจอร์ของซาวด์เพลงแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะดึงคนดูได้อยู่หมัด

    47067056_2006825769409653_7396118195507036160_o
    Rad Museum ศิลปินที่ร่วมทัวร์กับ DEAN

    47083120_2006826949409535_4040116847327051776_o
    หน้าใส แต่โชว์เดือดมากนะ มีทุกอารมณ์จริงๆ สำหรับ DEAN

    • หลังจากโดดลืมเหนื่อยกับ DEAN ที่เวทีมโหฬาร เราก็ต้องรีบเดินมาต่อที่เวทีข้าวหอม เพื่อดู Hip Hop อีกหนึ่งเบอร์ นั่นคือ Oddisee
    • เรารู้จัก Oddisee แค่จาก COLORS แต่พอเข้ามาถึงที่เวทีกลับเจอฝูงชนรอฟังเขาอยู่เพียบ
    • โชว์ของ Oddisee ประทับใจมากๆ และเราขอยกให้เป็นที่สุดในงานนี้จริงๆ
    • Oddisee มากับทีมศิลปินแบ็คอัพวง Good Compny ที่เล่นได้โคตรมันส์ ในโชว์จะมีท่อนให้ศิลปินทุกคนโชว์สกิลของตัวเอง แล้วจะบอกว่าไม่ใช่แค่สกิลเล่นดนตรี เพราะทุกคนร้องได้ แร็พได้อีกด้วย

    เรามีคลิปที่ถ่ายไว้ในโชว์ Oddisee มาฝากเล็กน้อย ถ่ายมานิดเดียวเพราะต้องโยกต่อ มันส์มากๆ ดูเอาในคลิปเลย

    Oddisee w good compny
    ขอบคุณภาพจากงาน Maho Rasop Festival

    • นอกจากเรื่องของโชว์แล้ว ในเวทีข้าวหอมที่เรามาดู Oddisee ก็มีการตกแต่งเสริมความเป็นไทยเข้าไป เพราะเวทีนี้อยู่ในร่ม โดยมีสุ่มไก่เอามาพลิกด้านเป็นโคมไฟแขวนด้านบน
    • ส่วนเวทีมโหฬาร จัดวางองค์ประกอบได้อย่างยิ่งใหญ่ ดูแล้วยกระดับโชว์มากๆ มีจอแสดงผลใหญ่ไว้ยิงภาพโมชั่นสวยๆ ด้านหลังด้วย

    46963830_2006827909409439_3459150871898619904_o

    สรุปปิดท้ายสำหรับงานนี้ จริงๆ มีสามเวที อีกเวทีเป็นเวทีเล็กสำหรับสายอินดี้ที่ไม่ได้มีจัดตกแต่งมากนัก แอบเสียดายไปนิดเพราะทำให้ดูโล่งไปหน่อย ไม่เสริมโชว์ของศิลปินที่มาขึ้นเท่าไหร่ ซึ่งจริงๆ ก็มีเบอร์มันส์ๆ อย่าง S.O.L.E. หรือ Yanin สองอินดี้ไทยที่น่าสนใจมาเล่นเวทีเล็กแห่งนี้

    สำหรับสิ่งที่ชื่นชอบมากๆ ในงานอีกจุดนอกจากบรรยากาศรวมที่ชอบอยู่แล้ว ก็ขอยกให้โซนอาหาร ที่มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย (จริงๆ อร่อยมั้ยไม่รู้ เพราะได้กิน 2 ร้าน) แต่มองจากสายตาแล้วเห็นคนรอเยอะทุกร้าน แล้วก็มีมาต่อแถวเรื่อยๆ โดยมีกองฟางเป็นที่นั่งกินข้าว พักผ่อนกันสบายๆ อีกอย่างคือเครื่องดื่มของสปอนเซอร์ในงานนี้ ก็กินนุ่มคอไหลลื่น ราคาไม่แรง ลองไปติดตามกันดูนะ ฮ่าๆ

    ขอบคุณผู้จัดสามประสานทั้ง Seen Scene Space, Have You Heard และ Fungjai ที่ดันงานนี้จนประสบความสำเร็จ จริงๆ เราไม่รู้ว่าด้านกำไรจะคุ้มค่ามั้ย แต่การจัดปีแรกกับเฟสติวัลอินเตอร์แบบนี้ ขอยกให้เข้าขั้นประสบความสำเร็จสุดๆ และเราประทับใจมากๆ ซึ่งก็มีข่าวดีจริงๆ หลังจากจบงานไม่กี่วัน ทีมงานก็ส่งข่าวทันทีว่าปี 2019 เจอกันอีกแน่นอน และที่พิเศษกว่านั้นคือจัด 2 วันด้วยโว้ยยยยย

    สุดท้ายนี้ก็พูดถึงปีหน้าเลย Maho Rasop Fesitval 2019 จะจัดวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2562 สองวันติด ส่วนไลน์อัพศิลปินมากกว่าเดิมแน่นอน อยากให้วงไหนมา ลองไปคอมเม้นท์กันที่เพจผู้จัดได้ ที่แน่ๆ พวกเราไปอีกแน่นอน เพราะสำหรับเรานี่คือเทศกาลดนตรีที่ให้บรรยากาศระดับโลกจริงๆ
    46496087_287742231853059_148118956589187072_o

  • เมื่อ WAAVE โทรไปสัมภาษณ์ Joji

    เมื่อ WAAVE โทรไปสัมภาษณ์ Joji

    Joji ศิลปินลูกครึ่ง ญี่ปุ่น/ออสเตรเลีย ที่ตอนนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักเขาในทางศิลปิน R&B หน้าไฟแรงจากค่าย 88rising นี่เอง วันนี้ทางเพจ WAAVE ได้รับโอกาสสุดพิเศษได้โทรไปสัมภาษณ์กับคุณ Joji ตัวเป็นๆเลย ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทาง 88rising ที่ให้โอกาสทางเพจ WAAVE เราด้วยจ้ะ

    สัมภาษณ์โดย Ben Bizzy


    joji1

    หลังจากที่รับสาย ก็แนะนำตัวเรียบร้อย ก็เริ่มเข้าคำถามแรกที่เตรียมไว้คำถามแรกเลย

    W : ทำไมถึงใช้ชื่อว่า Joji ครับ? มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?
    J : เอาจริงๆ มันไม่ได้มีอะไรมากเลยครับ เหอๆ ชื่อจริงของผมคือ George อยู่แล้ว คำว่า โจจิ มันก็เป็นชื่อเล่นที่ออกมาจากชื่อ George ของผมอีกทีนี่แหละครับ (เหมือนในภาพด้านบน)

    43169813_1901157766635788_6505732558347567104_n

    และช่วงนี้ดูท่าทางเหน็ดเหนื่อยจากการทัวร์ทั่วโลกเลย
    แอบเป็นห่วงเบาๆ จึงได้ถามไปว่า…

    W : รู้สึกยังไงบ้างครับที่ได้ทัวร์รอบโลกเลย?
    J : ตั้งแต่มาอยู่กับ 88Rising ผมก็ได้ไปหลายที่รอบโลกมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นยูโรปหรือในเอเชีย ผมไม่เคยเบื่อเลยที่ได้เห็นอะไรใหม่ๆ อาหารใหม่ๆ ในแต่ละที่ แต่เมืองที่ผมชอบมากที่สุด พูดจริงๆเลยว่า “กรุงเทพ” ครับ ผมพูดจริงๆนะ ได้ลองกินแมลงทอดที่นั่นด้วย มันสุดยอดจริงๆ ไอเลิฟอิท

    43108909_1901157786635786_4547362393474203648_n

    และสิ่งที่เราอยากรู้ต่อจากนั้นคือ

    Q : การที่ได้มาอยู่กับ 88rising มันเป็นยังไงบ้าง?
    J : 88Rising สำหรับผม มันเหมือนครอบครัวมากกว่าแค่ค่ายเพลงเฉยๆครับ ศิลปินในค่ายก็เป็นเหมือน พี่ชายหรือน้องสาวของผมเลยครับ

    43169814_1901157809969117_997274986471227392_n

    และจากเพลงล่าสุดที่ปล่อยออกมา เราอยากทราบกระบวนการคิดจากชายคนนี้จริงๆ ว่าเค้าคิดอะไรถึงทำผลงานแนวนี้ออกมา

    W : เพลง “Slow Dancing In The Dark” ถือว่าประสบความสำเร็จอีกเพลงเลยก็ว่าได้ อยากจะทราบว่าคุณ Joji ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรครับ
    J : ตอนนั้นผมรู้สึกอยากทำเพลงรักครับ เหอๆ แต่ไม่อยากทำเพลงรักแบบหวานๆ ซึ้งๆ แบบที่คนอื่นเขาก็ทำกัน ผมอยากทำเพลงรักที่กรี๊ดเสียงดังๆ น่าจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ครับ เลยอยากลองทำดูครับ

    43108247_1901157826635782_6709838019957882880_n

    เนื่องจาก Joji เนี่ย เป็นคนที่มีความคิดที่น่าสนใจ
    เราเลยอยากรู้ว่า เค้ามีแนวความคิดกับอนาคตของตัวเองยังไงบ้าง?

    Q : คุณ Joji มีแผนอนาคตอะไรยังไงมั่งเอ่ย?
    J : แผนในอนาคตของผมก็ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ครับ ผมแค่อยากจะเป็นคนดี คืนสิ่งดีๆ ให้กับแฟนเพลงทุกคนและทำสิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้ครับ

    Q : ว้าวววว สุดยอดไปเลยครับ
    J :  

    43110215_1901157856635779_5116389991907328000_n

    เราเชื่อว่าคุณ Joji เนี่ย มีหลายมุม ที่น่าสนใจ
    ทั้งในแบบ Joji หรือ Pink Guy หรือแม้กระทั่ง Filthy Frank
    จรึงอยากทราบในความสนใจแบบอื่นๆ ของเค้า

    Q : ขอถามแปลกๆหน่อยนะครับ ถ้าสมมติคุณ Joji ไม่ได้เป็นนักร้องในตอนนี้ คุณ Joji คิดว่าตัวเองจะประกอบอาชีพอะไรอยู่?
    J : ผมว่าผมน่าจะเป็นชาวสวนละครับ ผมชอบอยู่กับธรรมชาติ เอาจริงๆผมเป็นคนที่ชอบเรื่องการอยู่แบบพอเพียงครับ

    43288400_1901157879969110_6347998570141974528_n

    สุดท้ายแล้วแหละ คุณโจจิรีบไปทำธุระต่อ

    Q : สุดท้ายนี้มีอะไรจะฝากแฟนชาวไทยหน่อยครับ
    J : ฝากแฟนชาวไทยติดตามผลงานผมต่อไปนะครับ ผมรับรองว่าผมมีโปรเจ็คเพลงที่ทุกคนต้องตื่นเต้นแน่นอน

  • RINTERVIEW : คุยกับ CRUSH หนุ่มเสียงดี กับโชว์เคสครั้งแรกในไทย

    RINTERVIEW : คุยกับ CRUSH หนุ่มเสียงดี กับโชว์เคสครั้งแรกในไทย

    RINTERVIEW ต่อเนื่องกับศิลปินฮิพฮอพจากเกาหลี Crush ที่เดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกเพื่อมาโชว์ใน ‘CRUSH ASIA SHOWCASE in Bangkok’ วันที่ 3 มิ.ย. ณ BCC HALL เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยงานนี้ต้องขอบคุณ YJ Partners ผู้จัดที่อำนวยความสะดวกให้พวกเรา Rap is Now และ WAAVE ได้โอกาสในการจับเข่าคุยกับ Crush แบบส่วนตัวอีกด้วย โดยครั้งนี้เราก็ได้บทคำถามสัมภาษณ์บางส่วนจากทีมงาน WAAVE รวมทั้งผู้สัมภาษณ์อย่าง Dif Kids ที่มารับหน้าที่ในครั้งนี้ว่าแล้วก็ไปคุยกับเลยครัชชชช

    RIN : ทำไมใช้ชื่อว่า CRUSH ในวงการ ?

    CRUSH : สำหรับผมคำว่า CRUSH ค่อนข้างมีเสน่ห์มากๆ ถ้าเปิดพจนานุกรม เราจะเห็นหลายๆ ความหมาย ที่จะมีทั้งที่แปลว่าแตกหักอะไรประมาณนี้ แต่มันก็จะมีอีกความหมายหนึ่ง ที่ใช้กันในความหมายถึงการตกหลุมรัก อย่างคำว่า “I HAVE A CRUSH ON YOU” ซึ่งผมก็เลยมองเห็นเสน่ห์ของคำๆ นี้ครับ

    RIN : ถ้าเลือกร่วมงานได้หนึ่งคน คุณ CRUSH อยากจะเลือกร่วมงานกับใคร ?

    CRUSH :  PHARRELL (WILLIAMS)

    RIN : มาถึงประเทศไทยแล้วอยากทำอะไรบ้างในประเทศนี้ ?

    CRUSH : ผมเป็นคนชอบปูผัดผงกระหรี่มากๆ และชอบอาหารไทยครับ และมีโอกาสได้ทานบ่อยๆ ตอนอยู่เกาหลีใต้ คราวนี้ผมตั้งใจจะมาทานแบบต้นตำรับเลยครับ

    RIN : ในเมืองไทยมีที่ไหนที่ชอบไป ?

    CRUSH : สำหรับการมาครั้งแรกน่าจะเป็นวัดพระแก้วครับ

    RIN : CRUSH จะมีคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบที่ประเทศไทยหรือเปล่า ?

    CRUSH : ผมพร้อมเสมอครับ สำหรับครั้งนี้คงเป็น SHOWCASE ไปก่อนครับ ซึ่งถ้าหลังจากนี้มีเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ชาวไทยผมจะมาแน่นอนครับ ซึ่งผมเองก็เป็นคนที่ชอบเล่นคอนเสิร์ตอยู่แล้ว ผมหวังว่าจะมีคอนเสิร์ตที่นี่ครับ

    RIN : ในบรรดาเพลงของตัวเอง ถ้าจะมอบหนึ่งเพลงให้แฟนๆชาวไทย คุณ CRUSH อยากจะเลือกเพลงของตัวเองหนึ่งเพลงเป็นเพลงอะไร ?

    CRUSH : อืม…จริงๆแล้วก็มีหลายเพลงมากเลยนะครับ ซึ่งตัวผมเองนั้นก็อยากแนะนำ ซึ่งมันน่าจะเป็นเพลงที่มี MESSAGE ของ CRUSH ที่ไม่อยากให้คนลืมผมไป เพลงชื่อว่า “DON’T FORGET”

    RIN : ในอนาคตอยากทำเพลงแบบไหนให้แฟนๆ ทั่วประเทศ ทั่วโลกได้ฟังกัน ?

    CRUSH : อย่างเพลงล่าสุดที่เพิ่งปล่อยไปที่ชื่อว่า  “BITTERSWEET” นะครับ ที่น่าจะเป็นแนว URBAN R&B นะครับ แต่จะแอบใบ้ไว้นิดหน่อยนะครับ ว่า จะมีเพลงใหม่จากอัลบัม จะเป็นแนว HIPHOP ครับ ซึ่งแน่นอนครับ จะมีสมาชิก FANXY CHILD มาร่วมด้วย

    RIN : เข้าร่วมกลุ่ม FANXY CHILD ได้ยังไง ?

    CRUSH : มันเป็นความบังเอิญนะครับ คือเราเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกันอยู่แล้ว ไม่ใช่เกิดการแบบว่า เรามาร่วมงานกันเถอะ ด้วยความที่เราพูดเรื่องงาน เรื่องเพลงกันอยู่บ่อยๆ มันเลยเกิดขึ้นมาแบบธรรมชาติ

    7518814688_PB4_0615

  • CRUSH โชว์เคสครั้งแรกในไทย เต็มอิ่ม 3 ชั่วโมงทั้งพูดคุยและโชว์สุดมันส์ โดยผู้จัด YJPartners

    CRUSH โชว์เคสครั้งแรกในไทย เต็มอิ่ม 3 ชั่วโมงทั้งพูดคุยและโชว์สุดมันส์ โดยผู้จัด YJPartners

    ‘CRUSH ASIA SHOWCASE in Bangkok’ จบลงไปอย่างชื่นมื่นพร้อมกับโชว์คุณภาพที่บอกเลยว่าหนุ่ม CRUSH จัดเต็มมาให้แฟนชาวไทยได้เต็มอิ่มสุดๆ สมกับที่เอ่ยปากบอกแฟนๆ ไว้ก่อนหน้านี้ว่า “พี่ไม่ได้มาเล่นๆ” สำหรับโชว์เคสครั้งแรกในประเทศไทยโดยผู้จัด YJPartners เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางแฟนเพลงตัวจริงของ หนุ่ม CRUSH กว่า 1,400 คนที่พร้อมใจกันมาพบกันจนแน่น BCC HALL เซ็นทรัลลาดพร้าว

    PB4_0694

    โชว์นี้เปิดเวทีให้แฟนๆ ได้วอร์มอัพร่างกายกันก่อนด้วยดนตรีสุดมันส์จาก DJ.MILLIC เพื่อนซี้ของ CRUSH ที่เรียกว่าแทบจะเปลี่ยนฮอลล์ให้เป็นคลับแดนซ์ไปในชั่วพริบตา แต่ยังไม่ทันที่แฟนๆ จะได้พักหายใจ CRUSH ก็เปิดตัวมาด้วยลุคสุดคูลพร้อมเมดเล่ย์เพลงสนุกๆ อย่าง You & I ต่อด้วย Mommae เวอร์ชั่นรีมิกซ์, Fanxy Child และ A Little Bit

    ฟังเสียงนุ่มๆ ของผู้ชายคนนี้พอหอมปากหอมคอแล้ว ก็พาเข้าสู่ช่วงพูดคุยโดย MC คิว-ธิติพันธ์ ที่อาสาขุดค้นประวัติและเรื่องลับๆ
    ของหนุ่ม CRUSH มาให้แฟนๆ ได้รู้ อาทิ ชื่อเล่นในวัยเด็กสุดคิ้วท์ไปจนถึงความลับบนร่างกายที่เจ้าตัวแอบเขินอายเพราะต้องถอดถุงเท้าโชว์นิ้วเท้าบนเวทีให้แฟนๆ ได้เห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่คำถามที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังสนั่นต้องยกให้คำถามว่า “มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง” ซึ่งหนุ่ม CRUSH ตอบว่าไม่รู้จริงๆ ว่าคือเรื่องไหน แต่ก็อยากลองทำทุกอย่างให้ได้ พูดเข้าทางซะขนาดนี้ MC. คิว เลยขอให้นักร้องหนุ่มเต้นท่าเซ็กซี่ 1 สเต็ป

    7518814688_PB4_0489

    ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ขัดจัดให้ชมเป็นขวัญตาพร้อมกับปากหวานใส่แฟนๆ ด้วยประโยคภาษาไทยว่า “รักนะ จุ๊บจุ๊บ” และ “เจ้าตัวดี สวยจังเลย” เล่นเอาแฟนคลับสาวไทยกรี๊ดลืม หลังจากนั้นหนุ่ม CRUSH จัดเพลงช้าซึ้งๆ มาให้ฟังกันสดๆ กับเพลงประกอบซีรี่ส์สุดฮิตเรื่อง Goblin อย่างเพลง Beautiful, JUST และ Sometimes โดยในเพลง Beautiful นักร้องหนุ่มเตรียมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษไว้ให้แฟนเพลงชาวไทยโดยเฉพาะกับท่อนร้องภาษาไทยที่ว่า

    “It’s beautiful life ตัวฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ It’s beautiful life ฉันจะคอยอยู่ข้างหลังเธอ
    beautiful love ได้อยู่กับเธอใต้ฟ้าเดียวกันนี้ แค่ได้หายใจกับเธอ ฉันก็เพียงพอ”

    7518814688_PB4_0572

    โมเม้นท์นี้เล่นเอาแฟนๆ เคลิ้มจนน้ำตาซึมในความใส่ใจและความพยายามในการร้องเพลงภาษาไทยของเจ้าตัวสุดๆ เข้าสู่ช่วงท้ายของโชว์เคส CRUSH ชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาเต้นให้หมดแรงกับเพลงจังหวะสนุกๆ อย่าง Bittersweet, Crush on You, Hug Me, Outside ก่อนจะลดจังหวะมาที่เพลงช้าๆ อย่าง Don’t Forget โดยในช่วงท้ายของเพลงแฟนคลับทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิด
    VTR.ความรู้สึกที่มีต่อ CRUSH พร้อมกับชูโปรเจกต์กระดาษข้อความว่า

    “크러쉬 있기에 우리가 있어요” (เพราะมี CRUSH จึงมีเรา)

    เล่นเอาเจ้าตัวซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ขอพูดความประทับใจถึงแฟนๆ บ้างว่า “ผมตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้บนเวที แต่พอได้เห็นโปรเจกต์นี้ ก็ร้องไห้จนได้ ผมอยากบอกว่า เมื่อ 5 ปีก่อน ผมทราบว่ามีคนที่ชื่นชอบผมและตั้งกลุ่ม CRUSH THAILAND ขึ้นมา ทำให้คิดมาตลอดว่าอยากมาแสดงที่เมืองไทยสักครั้งและวันนี้ก็ได้มาแล้ว ขอบคุณทุกคนมากจริงๆ ครับ ผมจะตั้งใจทำงานและกลับมาเจอทุกคนอีกครั้งในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบแน่นอน”

    7518814688_PB4_1146

     

    หลังจากนั้นก็ส่งท้ายกันต่อในเพลง Oasis เวอร์ชั่นรีมิกซ์ ก่อนจะจบโชว์เคสด้วยการ Hi Touch กับแฟนๆ ทุกที่นั่ง ทุกราคาบัตรเรียกว่าเจ้าตัวดีของหนุ่ม CRUSH ได้ความฟินเดินยิ้มกลับบ้านกลับไปแทบทุกคนเลยทีเดียว

    สำหรับงานนี้ต้องขอบคุณผู้จัดคุณภาพ YJPartners ที่ชวน Rap is Now และ WAAVE มาร่วมมันส์ในงานนี้ และหลังจากนี้จะมีโปรเจ็กต์อะไรมันส์ๆ มาเสิร์ฟให้แฟนคลับอีกบ้างติดตามได้ทาง www.facebook.com/yjpartnersofficial

    PB4_0716

    7518814688_PB4_1096

  • RINTERVIEW : คุยกับคุณ DEAN ถึงตัวตน การทำงาน และอนาคตในวงการเพลง

    RINTERVIEW : คุยกับคุณ DEAN ถึงตัวตน การทำงาน และอนาคตในวงการเพลง

    RAP IS NOW ได้โอกาสพิเศษสุดๆ ในการสัมภาษณ์ศิลปิน Hip Hop R&B เกาหลีฯ ที่โด่งดังระดับโลกอย่าง DEAN ในการมาเยือนไทยครั้งแรกของเขาในคอนเสิร์ต DEAN live in Bangkok เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งในการสัมภาษณ์ครั้งนี้เราได้รับการเอื้อเฟื้อการสัมภาษณ์อย่างเป็นส่วนตัวจาก Universal Music Thailand และได้บทคำถามสัมภาษณ์บางส่วนจากทีมงาน WAAVE รวมทั้งผู้สัมภาษณ์อย่าง Ben Bizzy ที่มารับหน้าที่ในครั้งนี้

    สำหรับการพูดคุยครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ถึงตัวตนของ DEAN เส้นทางสายศิลปิน และอนาคตในวงการเพลงของเขา ซึ่งเราจะสรุปมาให้อ่านกัน

    RIN : แนะนำตัวเองกันหน่อยครับ 

    DEAN : สวัสดีครับ ผม DEAN นะครับ สวัสดีแฟนๆ ชาวไทย และ RAP IS NOW ครับ

    RIN : ถ้าปัจจุบันถ้าไม่ได้เป็นศิลปิน คิดว่าจะประกอบอาชีพอะไร ?

    DEAN : เอาจริงๆ ก็คิดไม่ออกเหมือนกันนะ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบศิลปะอยู่แล้ว ชอบทั้งเพลง และชอบอะไรที่เกี่ยวกับศิลปะ ถ้าไม่เป็นศิลปินผมอาจจะเป็นช่างภาพก็ได้

    RIN : การที่มาเป็น DEAN ในปัจจุบัน คุณมีอะไรเป็นแรงผลักดันให้มาถึงตรงนี้ครับ ?

    DEAN : อันดับแรกเลย ก็คงได้แรงบันดาลใจจากเพลงครับ หรือบางช่วงที่เขียนเพลงก็อาจได้แรงบันดาลใจจากสิ่งอื่นๆ อย่างเช่นภาพวาด ภาพภ่าย หรืออาจะเป็นเหตุการณ์อะไรต่างๆ แบบนี้ครับ

    RIN : จากศิลปินที่เคยร่วมงานด้วยอย่าง Syd, Eric Bellinger, ZICO, Dok2 และ Anderson .Paak อยากทราบว่ามีอีกสักคนมั้ยในใจที่อยากจะร่วมงานด้วย ?

    DEAN : ตอนนี้ผมกำลังอินกับดนตรีที่เป็นแบนด์อยู่ครับ ผมอยากจะลองร่วมงานกับวงหนึ่งดู วงนั้นมีชื่อว่า Bad Bad Not Good ครับ อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไร

    RIN : แสดงว่าผลงานในอนาคตก็อาจจะเปลี่ยนมาทำแนวแบนด์หรอครับ ? 

    DEAN : แน่นอนว่าในอัลบั้มต่อไปนั้น จะต้องมีความเป็น Hip Hop, R&B อยู่แล้ว แต่อาจเพิ่มความเป็นแบนด์และอัลเทอร์เนทีพมากขึ้น

    RIN : ในบรรดาเพลงทุกเพลงตั้งแต่เคยทำมา คิดว่าเพลงไหนอธิบายความเป็นตัวเองของคุณ DEAN ได้ดีที่สุดครับ ?

    DEAN : ตัวตนผมหรอ ตอนนี้น่าจะยังไม่มีเพลงที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของผมได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่ในอัลบั้มถัดไปจะมีแน่นอนครับ

    RIN : มารู้จักกับ SAAY และ MISO ได้ยังไง ?

    DEAN : คือผมได้ยินเพลงของ MISO จาก SoundCloud ครับ แล้วก็รู้สึกชอบมากๆ เลยลองติดต่อไปหาเธอดู แต่ทีแรกผมไม่ได้รับการตอบรับจากเธอ หลังจากนั้นก็ลองติดต่อไปอีกครั้ง แล้วก็ได้ร่วมงานกับ MISO บ่อยๆ ถึงขั้นที่ว่าเจอกันบ่อยกว่าเจอครอบครัวซะอีก ส่วน SAAY นั้น เธอได้อยู่กับ Universal มาก่อนแล้ว แล้วผมก็มีโอกาสได้ฟังเพลงของ SAAY ซึ่งผมก็รู้สึกชอบมาก และรู้สึกว่าเพลงของเธอนั้น มีความแปลกใหม่ และมีเอกลักษณ์มากๆ ครับ

    RIN : ภายในอีก 5  ปี เห็นตัวเองอยู่ในจุดไหนของวงการเพลง ?

    DEAN : คงอยากจะยืนอยู่บนเวทีที่กว้างใหญ่มากๆ ที่มีคนมาดูเป็นหมื่นๆ คน ซึ่งในเวทีในฝันของผมนั้น ผมจะต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เพื่อให้มันสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และอยากให้ผู้ชม ร้องเพลงไปด้วยกันครับ

    RIN : มีอะไรฝากแฟนๆ ชาวไทยส่งท้ายหน่อยมั้ยครับ ?

    DEAN : ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนนะครับ ที่ให้ความสนใจกับผมเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่ายังมีอะไรน่าสนใจรอให้พวกคุณได้เห็นอีกมากมาย เพราะฉะนั้นฝากติดตามต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ