YOUNG B & NO:EL เด็กแร็พเกาหลีที่ทัวร์ไกลถึงประเทศไทย

ใครจะไปคิดว่าเด็กแร๊พที่อายุยังไม่ถึง20 เลยซะด้วยซ้ำจะมาทัวร์ไกลถึงประเทศไทยโอกาสแบบนี้ใช่ว่าแร๊พเปอร์ทุกคนในเกาหลีจะได้ทำกันแต่การที่ดูโอ้อย่างYOUNG B & NO:EL มาเล่นที่ไทยเป็นครั้งที่ 2 และครั้งนี้ยังเป็นคอนเสิร์ตของเขาเองอีกด้วยแต่การที่พวกเขาทั้งสองจะมาถึงจุดๆนี้ได้พวกเขาก็ต้องผ่านอะไรมามากมายเหมือนกันดังนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งต่างๆที่พวกเขาเคยผ่านมามันมีอะไรบ้าง มาเริ่มที่คนแรกกับ YOUNG B ที่เริ่มต้นจากการไปแข่ง SHOW ME THE MONEY 4 ด้วยชั่วโมงแร๊พเพียงแค่1 ปีเท่านั้นจนบรรดาพีดีในรายการถึงกับเอ่ยปากชมว่าเขาจะมีอนาคตที่ไกลแน่ๆซึ่งนั่นก็เป็นความจริงเพราะรายการต่อไปที่นาย YOUNG B ไปแข่งนั้นคือ HIGH SCHOOL RAPPER ซึ่งทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นตัวเต็งทั้งที่ยังแร๊พได้ไม่กี่ปีเท่านั้นและก็ตามที่คาดการณ์YOUNG B ก็สามารถคว้าแชมป์ไปได้นอกจากนั้น Young B ก็ยังกลับมาเข้าร่วม SHOW ME THE MONEY 6 แม้ว่าจะน่าเสียดายที่เขาต้องตกรอบแต่รอบแร๊พแบทเทิลของเขาก็พูดได้ว่าเป็นแร๊พที่ดุที่สุดของซีซั่น 6 เลยก็ว่าได้ สุดท้ายนี้ความสำเร็จอันรวดเร็วของเขาก็ไม่พ้นจากสายตาของแร๊พเปอร์รุ่นเก๋าอย่างนาย Swings (ปั้นศิลปินแร๊พมาหลายคนแล้ว) จับเขาเซ็นสัญญาเข้าค่าย Indigo Music และตั้งแตานั้นมาไม่ว่านาย Young B จะปล่อยเพลงไหนแทบทุกเพลงก็คือเพลงฮิตสำหรับวัยรุ่นเกาหลีเลยก็ว่าได้ มาในส่วนของนาย NO:EL กันบ้างที่เริ่มต้นจากทำเพลงใต้ดินด้วยตัวเขาเองจนมาเป็นที่รู้จักจริงๆก็ตอนที่เขาไปออกรายการ HIGH SCHOOL RAPPER ซีซั่น1 นี่แหละฟอร์มของเขาในรายการดีมากจนถึงขนาดกรรมการในรายการอย่าง Swings เอ่ยปากชมว่าต้องการจะเซ็นสัญญาเข้าค่ายของเขาซะตอนนั้นเลย ซึ่งในภายหลังจบจากรายการ NO:EL ก็ได้ถูกเซ็นสัญญาเข้า Indigo Music ตามคำกล่าวไว้ ต่อมาเขาก็ได้เข้าร่วมรายการ SHOW ME THE MONEY ซีซั่นที่ 6 และ 777 อีกด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่เขาตกรอบไปก่อน โดยเฉพาะซีซั่น 777 ที่เขาต้องแข่งกับ Loopy และ EK ซึ่งถือเป็นตัวเต็งของรายการทั้งคู่ แต่จุดเด่นจริงๆของนาย NO:EL ในค่าย Indigo Music นั้นคงจะหนีไม่พ้นจากความขยันของเขานี่แหละเพราะเขาปล่อยอัลบั้มเดี่ยวมาถึงสองอัลบั้มพูดเลยว่าปีละอัลบั้มตั้งแต่อยู่ค่ายนี้มา ใครที่เห็นประวัติความขยันและมุมานะของน้องทั้งสองคนแล้วสนใจจะลองติดตามโอกาสก็มาถึงแล้วเพราะนาย YOUNG B และ NO:EL กำลังจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยในวันที่ 15 มิถุนายน ณ The Street รัชดาภิเษกนี่เอง เอาเป็นว่ากว่าเขาจะมาถึงจุดๆนี้ได้เนี่ยไม่น่าจะเพราะโชคช่วยอย่างแน่นอนแต่เพราะสิ่งที่พวกเขาทำและสั่งสมมานี่แหละทำให้พวกเขาสมควรแล้วที่มายืนในจุดนี้

ยกทีมไปดูเทศกาลเพลงแร็พ HIPHOPPLAYA FESTIVAL 2019 ครั้งที่สองในชีวิต ณ เกาหลีฯ!

2019 เป็นอีกปีที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานคอนเสิร์ตฮิพฮอพที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้อย่าง งาน Hiphopplaya Festival เป็นครั้งที่ 2 ของผู้เขียน ที่รอบนี้นอกจากจะเลื่อนวันเวลาจัดงานจากต้นเดือนไปเป็นช่วงปลายเดือนเมษายน ช่วงเวลาที่จัดงานยังเปลี่ยนจากหนึ่งวันเป็นสองวันอีกด้วย โดยปีนี้ผู้เขียนยกพลกันไปกับทีมงาน RINCREW และศิลปินจากค่าย YUPP!  จุดเด่นของงานปีนี้คงหนีไม่พ้นกับ Line Up ศิลปินแร็พเปอร์ที่มากับแน่นเหลือเกินไม่ว่าจะวันแรกหรือวันที่สอง ความแตกต่างของ Line Up ในวันแรกและวันที่สองก็ง่ายๆ เลยคือ วันแรกนั้นศิลปินที่มาขึ้นโชว์ส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเป็นฮิพฮอพสายแมสที่เข้าถึงทุกๆ คนฟังทั่วไปได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น Ph-1, DPR Live, Crush, DEAN และ Zico พวกเขาล้วนแต่เป็นศิลปินที่มีเพลงฮิตในตลาดเพลงทั่วไป ส่วนด้านศิลปินในวันที่สองนั้นบอกตรงๆ เลยว่าทางผู้จัดน่าจะอยากเอาใจแฟนเพลงฮิพฮอพสายแร็พเน้นๆ เพราะศิลปินที่มาขึ้นไม่ว่าจะเป็น Coogie, Superbee & Uneducated Kid, Beewhy, Indigo Music และ Beenzino ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินที่ดังในสายใต้ดินของฮิพฮอพเกาหลีตอนนี้เลยก็ว่าได้ โดยในงานทั้งสองวันมีผู้มาเข้าชมในงานมากกว่าหมื่นคนและบัตรทั้ง 2 วันก็ยัง Sold Out อีกด้วย มาพูดถึงส่วนเวทีของปีนี้กันหน่อย เมื่อปีที่แล้วตอนที่ผู้เขียนได้มาครั้งแรกทางงานได้จัดให้มีถึงสองเวทีในงานเดียว ซึ่งปัญหาหลักๆ เลยคือเวลาโชว์ของศิลปินทั้งสองเวทีนั้นคาบเกี่ยวกันจึงทำให้มีปัญหาในการเดินไปเดินมาเพื่อดูศิลปินทุกคนให้ครบ แต่ในปี 2019 นี้ทางผู้จัดงานก็ได้เปลี่ยนใหม่ให้เหลือเพียงแค่เวทีเดียวและเปลี่ยนงานให้เป็นสองวัน ซึ่งทางผู้เขียนคิดว่าการมีเวทีเดียวแล้วเพิ่มวันนั้นดีกว่าปีที่แล้วมาก นั่งอยู่ที่เดิมเพื่อไปรอดูได้เลย ไม่ต้องกลัววิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองโชว์ไม่ทัน เสน่ห์อีกอย่างนึงในงานนั้นก็คงจะเป็นช่วง 1 ชั่วโมงแรกของงานทั้งสองวันที่ผู้จัดงานให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ไฟแรงขึ้นมาเล่นโชว์เปิดให้กับศิลปินรุ่นพี่และการที่ศิลปินหน้าใหม่ได้มีโอกาสขึ้นมาเล่นในเวทีที่ใหญ่ขนาดนี้ก็น่าจะเป็นไฟที่ดีในการเดินทางเส้นทางเพลงของพวกเขา แต่จุดเด่นที่ประทับใจผู้เขียนจริงๆ ก็คงจะเป็นงานที่จัดในวันที่สองเนื่องจากศิลปินที่ Line Up ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าใหม่ไฟแรงที่พึ่งจะแจ้งเกิดในวงการและค่อนข้างจะหนักไปในสไตล์ new school trap และแทบจะไม่มีเพลงรักเลยถ้าเทียบกับวันแรก แต่ผู้ชมที่มาดูนับหมื่นคนต่างแร็พตามได้กันแทบทุกเพลง ยังพากันชูมือขึ้นมาให้กำลังใจศิลปินโดยที่ตัวศิลปินเองไม่ต้องพูดอะไรมากมายเลย นับว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นใจจริงๆ และถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเลยว่าฮิพฮอพเกาหลีรุ่นใหม่กำลังจะเข้าสู่ยุค trap อย่างแน่นอน ก่อนจะจากลากัน ขอการันตีเลยการที่มางาน Hiphopplaya Festival เป็นครั้งที่สองก็ยังคงรู้สึกสนุกและได้รับแรงบันดาลใจเช่นเดียวกับตอนมาในครั้งแรก แม้ว่าจะไม่ได้เข้าใจภาษาเกาหลีแม้แต่นิดเดียวแต่ฮิพฮอพเป็นเพลงที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจภาษาของมันแต่เราก็สามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์ต่างๆ ออกมาจากมัน ดังนั้นใครอยากจะมีประสบการณ์ดีในฮิพฮอพประเทศเพื่อนบ้านก็ควรจะมา Hiphopplaya Festival ที่เกาหลีฯในปีหน้า!